Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


แจกคูปองซื้อหนังสือ:สายเกินไป? หากเริ่มต้นที่เด็ก ป.1




      

แจกคูปองซื้อหนังสือ:สายเกินไป? หากเริ่มต้นที่เด็ก ป.1

 

          ผศ.สุทิพันธุ์ บงสุนันท์ 
          มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

          เป็นที่น่ายินดีที่เด็กไทยจะได้มีหนังสืออ่านเพิ่มเติมหลากหลายตามที่เด็กๆ ชอบ (นอกเหนือจากหนังสือเรียนฟรีที่กระทรวงศึกษาธิการแจกให้อยู่แล้ว) ผ่านโครงการนำร่องแจกคูปองซื้อหนังสือให้กับเด็กๆ ที่มาจากครอบครัวยากจนตั้งแต่เด็กชั้น ป.1-ป.6 จำนวน 2.5 ล้านคนๆ ละ 300 บาทต่อคนต่อปี โดยจะเริ่มดำเนินการได้ภายในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 นี้
          แต่ในอีกด้านหนึ่งก็น่าเสียดายที่การแจกคูปองซื้อหนังสือไม่ได้ลงไปถึงเด็กอนุบาล ซึ่งเป็นวัยที่ควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านเป็นอย่างยิ่ง ใจจริงผมอยากให้เริ่มต้นก่อนวัยอนุบาลเสียด้วยซ้ำ
          เด็กๆ ควรได้รับการกระตุ้นส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านเมื่อไหร่ดี? จากประสบการณ์ตรงของพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายคงเห็นตรงกันว่า ยิ่งเริ่มต้นที่เด็กเล็กมากเท่าใดก็ยิ่งได้ผลดีมากขึ้นเท่านั้น
          การอ่านหนังสือให้เด็กฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือแรกคลอดต่อเนื่องไปจนถึงวัย 3 ขวบวันละ 10 นาที จะใช้ช่วงเวลาใดก็ได้ที่สะดวก พ่อแม่อยากอ่านหนังสือให้ลูกฟัง และลูกก็สนใจอยากฟังในสิ่งที่พ่อแม่อ่าน ตลอดจนมีความต่อเนื่องในการอ่านหนังสือให้ลูกฟังวันละเล็กละน้อย ซึ่งไม่ว่าจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยหรือยากจน ย่อมได้ผลในทำนองเดียวกัน
          สิ่งที่เราได้ยินได้เห็นและสัมผัสได้บ่อยครั้งจากพฤติกรรมเด็กวัย 3 ขวบ เป็นต้นว่า พ่ออ่านหนังสือให้ฟังหน่อยครับ แม่อ่านหนังสือให้ฟังหน่อยค่ะ หนูอยากอ่านหนังสือเองครับ/ค่ะ หรือบางครั้งก็แอบไปนั่งอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียวที่มุมห้อง (แม้เด็กยังอ่านหนังสือไม่ออก) บางเรื่องบางราวเมื่อเด็กถูกปลูกฝังการอ่านอย่างต่อเนื่อง เด็กก็สามารถจำได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อเรื่องที่เป็นบทร้อยกรองคำคล้องจอง เด็กๆ จะจดจำได้ดี อีกทั้งเด็กๆ ยังนำเนื้อเรื่องในหนังสือมาร้อยเรียงสร้างสรรค์จินตนาการพูดออกมาเป็นเรื่องเป็นราวตามประสาเด็กๆ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง พูดผิดบ้างพูดถูกบ้าง
          สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่สื่อให้เห็นว่าเด็กๆ เริ่มรักการอ่าน การเรียนรู้และทักษะทางภาษาของเด็กกำลังได้รับการกระตุ้นและค่อยๆ พัฒนา แต่ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องปลูกฝังการอ่านหนังสือให้เด็กฟังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านติดตัวไปจนโต
          แม้เด็ก ป.1 จะเป็นวัยที่พออ่านหนังสือเองได้บ้างสอดคล้องกับช่วงวัยที่มีการแจกคูปองซื้อหนังสือเพื่อกระตุ้นส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน แต่หากรอให้เด็กอนุบาลโตขึ้นอีก 3 ปี จากวัย 3 ขวบเป็นวัย 6 ขวบเข้าสู่ ป.1แล้วจึงเข้าเกณฑ์ได้รับคูปองซื้อหนังสือมาอ่านกัน จะสายเกินไปหรือไม่? แม้พ่อแม่อาจไม่ได้อ่านหนังสือให้ลูกฟังทุกวัน แต่ถ้าเกือบทุกวัน ระยะเวลา 3 ปี ประมาณ 1,000 วันๆ ละ 10 นาที มันมีความหมายยิ่งในการวางรากฐานเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านของเด็กๆ เป็นอย่างมาก
          ซึ่งน่าเสียดายเพียงเพราะเด็กเหล่านั้นยังอยู่ชั้นอนุบาลไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับคูปองซื้อหนังสือ ศักยภาพการเรียนรู้ของเด็กๆ แทนที่จะสามารถพัฒนาเพิ่มขึ้นได้ กลับไม่ได้รับการกระตุ้นส่งเสริมให้พัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น ในช่วงวัยประถมศึกษาเด็กมีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อยู่เป็นจำนวนมาก หากการแจกคูปองซื้อหนังสือไม่มีปัญหารั่วไหลเกิดผลสัมฤทธิ์ตกถึงเด็กจริงๆ ทำไม? กระทรวงศึกษาธิการไม่ส่งเสริมขยายโครงการลงไปถึงเด็กอนุบาล เพื่อที่จะได้มีส่วนช่วยในการเตรียมเด็กและต่อยอดให้เด็กสามารถอ่านออกเขียนได้อย่างที่ควรจะเป็นตามพัฒนาการของเด็กในวัยประถม
          แม้โครงการนำร่องแจกคูปองซื้อหนังสือ เด็กๆ จะได้คูปองเพียง 300 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งดูจะน้อยไป เพราะซื้อหนังสือได้ 3-4 เล่ม แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า ได้คูปองไปซื้อหนังสือมาอ่าน ย่อมดีกว่าไม่ได้คูปองไปซื้อหนังสืออย่างเด็กวัยอนุบาล
          กระทรวงศึกษาธิการควรจะขยายโอกาสแจกคูปองซื้อหนังสือลงไปให้ถึงเด็กอนุบาล (ที่ยากจน) อาจเพิ่มงบอีกซัก 200-300 ล้านบาท (จากเดิม 750 ล้านบาท) รวมเม็ดเงินทั้งโครงการก็ตกราวหนึ่งพันล้านบาท ซึ่งจะเป็นอีกโครงการหนึ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเด็กๆ ช่วยกระตุ้นส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านและเสริมสร้างรากฐานความสามารถทางภาษาของเด็กๆ ให้ดีขึ้น
          ตลอดจนช่วยสร้างอนาคตของประเทศได้มากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าโครงการแจกคอมพิวเตอร์แทบเล็ตให้เด็ก ป.1 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงสองเท่าตัวที่ระดับสองพันล้านบาท
          จากประสบการณ์ตรงของพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายคงเห็นตรงกันว่า ยิ่งเริ่มต้นที่เด็กเล็กมากเท่าใดก็ยิ่งได้ผลดีมากขึ้นเท่านั้น

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



โพสเมื่อ : 15 พ.ค. 55   อ่าน 1060 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คุรุสภาพร้อมระงับตั๋วครู กรณีล่วงละเมิดทางเพศ ทันที
08 เม.ย. 58 | อ่าน 335 ครั้ง
ไฟเขียวเก้าอี้’ผอ.สช.อภ./จว.’ใต้
17 ธ.ค. 55 | อ่าน 425 ครั้ง
"ขอวิทยฐานะ"ต้องไม่ค้างหนี้ ศธ.ปิ๊งปรับเกณฑ์ PA เข้มขึ้น
16 ธ.ค. 58 | อ่าน 173 ครั้ง
การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยยึดถือภารกิจและพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นฐาน ด้วยระบบ TEPE Online
04 ม.ค. 59 | อ่าน 633 ครั้ง
คนการศึกษามีความหวังกับรมต.ใหม่
26 ต.ค. 55 | อ่าน 766 ครั้ง
ยอดหนี้ กยศ.พุ่ง 5 หมื่นล้าน ขยับวงเงินกู้เหตุค่าเรียนแพงขึ้น
27 ม.ค. 55 | อ่าน 105693 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.