Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สาธิตเกษตรที่ 1 แอดมิชชั่น 2 เด็กพิการเก่งสอบได้ราชภัฏ




      

สาธิตเกษตรที่ 1 แอดมิชชั่น 2 เด็กพิการเก่งสอบได้ราชภัฏ

 

          สอท.ประกาศผลแอดมิชชั่น9 เด็กเก่งทำคะแนนสูงสุด 7 รายเลือกจุฬาฯ อีก 2 เลือกธรรมศาสตร์อันดับ 1 มาจากรั้วสาธิตเกษตรฯ คะแนนร้อยละ 90.55 รัฐศาสตร์ จุฬาฯ มีผู้พิการทางสายตาสอบผ่านเข้ามรภ.บ้านสมเด็จฯ ได้ 2 ราย สอท.ระบุปีนี้มียอดผู้เข้าสอบน้อยกว่าที่เปิดรับ ส่วนคณะในฝัน พยาบาลวิทยาลัยตำรวจนำมาเป็นอันดับหนึ่ง อันดับ 1 เผยความลับต้องเรียนกวดวิชา เพราะการสอนที่โรงเรียนเนื้อหากว้างเกิน ขอให้ปรับปรุงด่วน
          เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 7 พ.ค. ที่สมาคมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (สอท.) นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะนายก สอท.แถลงข่าวการประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2555 ที่จะเริ่มประกาศผลอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปผ่านทางเว็บไซต์ของ สอท. www.cuas.or.th และหน่วยงานเครือข่ายอีก 19 แห่งว่า ปีนี้มีผู้สมัครเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาที่สอท.คัดเลือกรวม 90 สถาบัน เพื่อเข้าศึกษาใน 723 คณะ/สาขาวิชา ที่มีรหัสคณะ/สาขาวิชาให้เลือกทั้งสิ้น 3,598 รหัส รวม 122,169 คน จากจำนวนที่เปิดรับ 140,828 คน
          ในปีนี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกาย 82,102 คน แบ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในสังกัด หรือกำกับของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) 78,161 คน จากจำนวนที่เปิดรับ102,099 คน ได้แก่ มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน24 แห่ง 64,248 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏหรือมหาวิทยาลัยราชมงคล 13,913 คน จากจำนวนที่เปิดรับ 25,321 คน สถาบันอุดมศึกษาของรัฐสังกัดหน่วยงานอื่น 156 คน ครบตามจำนวนที่เปิดรับ และสถาบันคน ครบตามจำนวนที่เปิดรับ และสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 3,785 คน จากจำนวนที่เปิดรับ 38,573 คน ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องมาสอบสัมภาษณ์ให้ตรงกับวัน เวลาและสถานที่ ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ระหว่าง 14-16 พ.ค.นี้ อธิการบดีมธ.กล่าว
          นายกสอท.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มีผู้ผ่านการคัดเลือกได้คะแนนสูงสุดจำนวน 9 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.เกวลิน รัตนโสภิณสวัสดิ์ร.ร.สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้คะแนนร้อยละ 90.55 สูงสุดคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ 2.น.ส.ปณชนก มาลากุล ณ อยุธยาร.ร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คะแนนร้อยละ 87.96 สูงสุดคณะนิเทศศาสตร์จุฬาฯ 3.น.ส. บัณฑิตา แซ่โล้ว ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้คะแนนร้อยละ86.17 สูงสุดคณะศิลปศาสตร์ มธ. 4.น.ส.ศศินี อรุณอาภารัตน์ ร.ร.เบญจมราชาลัยได้คะแนนร้อยละ 85.28 สูงสุดคณะจิตวิทยาจุฬาฯ
          5.นายภิมุข เทียมเศวต ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา ได้คะแนนร้อยละ 84.73 สูงสุดคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ 6.น.ส.ศิริกาญจน์ วิโรจน์ศิริ ร.ร.สามเสนวิทยาลัย ได้คะแนนร้อยละ83.75 สูงสุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาฯ 7.นายชนภัสส์ แสงสว่าง ร.ร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้คะแนนร้อยละ83.09 สูงสุดคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาฯ8.นายมัคค์ วรสถิตย์ ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาได้คะแนนร้อยละ 82.93 สูงสุดคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ และ 9.น.ส.นันทพัชร พนมยงค์ ร.ร.สตรีวิทยา ได้คะแนนร้อยละ 82.02 สูงสุดคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ.
          นายสมคิดกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีผู้พิการทางสายตาที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 2 ราย คือ นายณัฐพนธ์ มูลมาตย์ ร.ร.เซนต์คาเบรียล ผ่านการคัดเลือกในคณะครุศาสตร์ม.ราชภัฏ (มรภ.) บ้านสมเด็จเจ้าพระยา และนายไพโรจน์ พันธุ์ทอง ร.ร.หาดใหญ่วิทยาลัย ผ่านการคัดเลือกในคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.บ้านสมเด็จฯ
          สำหรับคณะ/สาขาวิชาที่มีผู้สมัครเลือกมากที่สุดในปีนี้ 3 อันดับแรก คือ คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ มีผู้สมัคร 2,850 คน รับได้ 56 คน คิดเป็นสัดส่วน 1:51 เนื่องจากสถาบันเพิ่งเข้าร่วมแอดมิชชั่นปีนี้เป็นปีแรก ผู้สอบอาจจะไม่มีคะแนนขั้นต่ำมาเปรียบเทียบ จึงแห่มาสมัครจำนวนมาก รองลงมาคือคณะครุศาสตร์จุฬาฯ มีผู้สมัคร 1,813 คน รับได้ 150 คนคิดเป็นสัดส่วน 1:13 และคณะวิทยาศาสตร์ม.สงขลานครินทร์ มีผู้สมัคร 1,906 คน รับได้ 160 คน คิดเป็นสัดส่วน 1:12
          ผู้ที่พลาดหวังนั้น ยังมีสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชนอีกหลายแห่งที่เปิดรับเพิ่มเติม อย่าท้อแท้เพราะแอดมิชชั่นไม่ใช่สิ่งสุดท้ายของชีวิต คนที่ผ่านการคัดเลือกก็ไม่ได้หมายความว่าจะเรียนจบใน 4 ปี อีกทั้งคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตนั้น บางคนก็ต้องแอดมิชชั่นหลายครั้ง ส่วนผู้ปกครองก็ไม่ควรโทษเด็ก เพราะเด็กอาจจะเก่งแต่สู้คนเก่งกว่าไม่ได้ หลังจากนี้ก็ขอให้เด็กๆ ได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ว่ามีสถาบันอุดมศึกษาใดเปิดรับเพิ่มเติมอีกบ้าง เพื่อให้โอกาสตัวเองอีกครั้งหนึ่ง นายก สอท.กล่าว
          ด้านน.ส.เกวลินซึ่งทำคะแนนแอดมิชชั่นสูงสุดในปีนี้ เปิดเผยว่าใฝ่ฝันอยากเรียนสถาปัตย์ มาตั้งแต่เรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 จึงเตรียมตัวมาโดยตลอด เมื่อเรียนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 5 ก็ได้ทุนเอเอฟเอสไปเรียนภาษาอังกฤษ ที่สหรัฐอเมริกา 10 เดือน พอเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงสอบแอดมิชชั่นเข้าคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ แต่เรียนไปแล้วกลับรู้สึกว่าไม่เหมาะกับตนเอง เพราะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำชิ้นงาน แต่ตนชอบทำกิจกรรม พบปะพูดคุยกับผู้คนและชอบภาษามากกว่า จึงตัดสินใจแอดมิชชั่นใหม่ในปีนี้เพื่อเข้าคณะรัฐศาสตร์ เพราะอยากเรียนด้านภาษา โดยเตรียมตัวสอบคัดเลือกอย่างเต็มที่ไม่คาดคิดว่าจะทำคะแนนได้สูงสุด
          ยอมรับว่าหากไม่กวดวิชาเพิ่มเติมคงมาไม่ถึงจุดนี้ เพราะการเรียนในระบบของโรงเรียน เนื้อหากระจัดกระจาย ครอบจักรวาล ขณะที่การกวดวิชา สอนเนื้อหาตรงประเด็น สอนเทคนิคที่ง่ายกว่าในโรงเรียนจึงอยากให้มีการปรับระบบให้เรียนน้อยลงและจัดหลักสูตรให้เหมาะกับวัย เพื่อให้นักเรียนไม่ต้องไปเรียนกวดวิชามาก น.ส.เกวลินกล่าว
          ส่วนนายไพโรจน์ พันธุ์ทอง อายุ 22 ปีนักเรียนโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งพิการทางสายตา ที่สามารถสอบติดในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสอบติดมรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา รวมทั้งสอบตรงติดคณะนิติศาสตร์ มรภ.สุราษฎร์ธานี สานฝันของตัวเองได้สำเร็จ เปิดเผยว่ารู้สึกดีใจมาก ที่สอบข้อเขียนติดในคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นสถาบันที่อยากเรียนตั้งแต่เด็ก แต่ต้องผิดหวังเล็กน้อยเมื่ออาจารย์บอกว่าไม่มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ เพราะคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยตั้งไว้คือร้อยละ 90 จึงหมดสิทธิที่ได้เข้าเรียนที่นี่
          นายไพโรจน์กล่าวต่อว่า แต่ตนก็ได้รับโอกาสจากมรภ.บ้านสมเด็จฯ ที่อนุเคราะห์ให้คนพิการเข้าเรียนได้ แต่คงไม่สามารถเดินทางไปเรียนได้ เพราะไม่สะดวกอยู่ไกลบ้าน จึงตัดสินใจเข้าเรียนที่คณะนิติศาสตร์ มรภ.สุราษฎร์ธานี ที่สอบติดด้วยวิธีสอบตรงได้เช่นกัน ซึ่งได้ไปรายงานตัวแล้วเนื่องจากอยู่ใกล้บ้านเดินทางไม่ไกล
          ผมตั้งความหวังตั้งแต่เรียนอยู่ในชั้นประถมแล้วว่าจะเป็นครูสอนวิชากฎหมายในมหาวิทยาลัย เพราะครูคือผู้สร้างวิญญาณมนุษย์ ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์ปณิธานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้พิการทางสายตาให้ลุกขึ้นสู้อย่ายอมแพ้ นายไพโรจน์กล่าว
          นายไพโรจน์ยังเปิดเผยถึงวิธีการเรียนด้วยว่า เรียนด้วยตัวอักษรเบรลในเวลาเรียน นั่งฟังครูอธิบายด้วยความตั้งใจทุกวิชา เมื่อไม่เข้าใจก็จะให้เพื่อนช่วยอธิบายนอกเวลา ส่วนวิชาภาษาอังกฤษ หรือคณิตศาสตร์ก็ให้ครูประจำวิชาอธิบายเพิ่มเติม โดยมีเครื่องบันทึกเสียงมาเปิดฟังที่บ้านด้วย นอกจากนี้ยังทำรายงานและการบ้านด้วยตัวเองทุกครั้ง หากลอกงานคนอื่นความรู้จะได้กลับเจ้าของงานงานกลุ่มก็ทำร่วมกับเพื่อนเสมอ บางครั้งอาสารับมาทำเอง และยังทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมด้วย ไม่เคยเครียดกับการเรียน มีวิธีผ่อนคลายด้วยการเล่นอิเล็กโทนและเป่าขลุ่ย
          นายไพโรจน์กล่าวอีกด้วยว่า ขอให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือคนพิการทางสายตาให้มากกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องสื่อการเรียนการสอนขอให้ใกล้เคียงกับปกติ และให้รัฐบาลรับคนพิการทางสายตาเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐด้วย และฝากถึงผู้ที่พิการทางสายตาทุกคน ให้ต่อสู้กับชีวิต สักวันหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 08 พ.ค. 55   อ่าน 1051 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คอลัมน์: สถานีก.ค.ส.: ผลทางวินัยกรณีไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ค.ศ.(2)
20 มิ.ย. 54 | อ่าน 93709 ครั้ง
สพฐ.ของบ 4,000 ล้าน ปรับปรุงโรงเรียน มั่นใจไม่ซ้ำซ้อนงบปกติ ย้ำห้ามใช้นอกเหนือข้อกำหนด
16 ก.ย. 58 | อ่าน 633 ครั้ง
มสด.ขยับขึ้นอันดับหนึ่งเว็บไซต์
08 ส.ค. 54 | อ่าน 23569 ครั้ง
ปลัด ศธ.รับตำรา 'คณิตวิทย์-ไทย' หายจริง ห่วงผู้เสียผลประโยชน์ 'ติดสินบนข่มขู่'
22 มิ.ย. 58 | อ่าน 301 ครั้ง
วิธีแก้เด็กตีกัน
03 ก.พ. 57 | อ่าน 392 ครั้ง
จัดสอบข้อเขียน ทุนโอดอส 8 มิ.ย.หลังจากเลื่อนเพราะสถานการณ์ไม่สงบ
03 มิ.ย. 57 | อ่าน 335 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.