Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: ความรับผิดของกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู




      

คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: ความรับผิดของกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู

 

          ศิริพร กิจเกื้อกูล    เลขาธิการ ก.ค.ศ.
          กรณีมีข่าวปรากฏในสื่อสารมวลชนว่ามีบริษัทนิติบุคคลติดต่อชักชวนให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เข้าร่วมโครงการระดมเงินมาลงทุน โดยให้ผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง แต่การดำเนินการเป็นปัญหา เพราะอาจขัดต่อวัตถุประสงค์การจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์และทำให้เกิดความเสียหายต่อสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู เป็นการกู้ยืมเงินที่ปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน ทำสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก
          สำนักงาน ก.ค.ศ. ในฐานะเป็นหน่วยงานกลางในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความห่วงใยต่อเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงขอเรียนให้ทราบว่า หากท่านใดที่มีบทบาทเกี่ยวข้องในฐานะกรรมการสหกรณ์หรือสมาชิกสหกรณ์ก็ดี จะต้องตระหนักในบทบาทและทำหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใสตรวจสอบได้และให้คำตอบกับสังคมได้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของสมาชิกเป็นสำคัญ กรณีการกระทำในฐานะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์โดยมิชอบด้วยหลักสหกรณ์ออมทรัพย์นั้น มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่น่าสนใจและเป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดียิ่งสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดำรงตำแหน่งกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์และมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเงินที่จะต้องระมัดระวัง ไม่ใช้อำนาจหน้าที่ของตนในทางที่ไม่สุจริต เพราะถึงแม้จะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วก็ยังคงต้องรับผิดทางวินัยด้วย โดยศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่า ผู้ถูกฟ้องคดีดำรงตำแหน่งกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ทำการปลอมแปลงเอกสารการกู้เงินของสมาชิก และรับเงินนั้นไปเป็นของตนโดยมิชอบ พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และเป็นการกระทำการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง (หากเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นความผิดวินัย ตามมาตรา 84 วรรคสาม และมาตรา 94 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547) คดีตัวอย่างนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ การเงิน ให้ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่อาศัยโอกาสที่ตนที่มีหน้าที่ กระทำการทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบ ซึ่งเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ที่จะต้องถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ และอาจต้องถูกลงโทษทางอาญารวมทั้งมีความรับผิดทางแพ่งในการกระทำดังกล่าวด้วย
          สำหรับเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฐานะสมาชิกสหกรณ์หากพบพฤติการณ์ที่น่าสงสัย ไม่น่าไว้วางใจ หรือส่อไปในทางทุจริตในการดำเนินของการสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งเป็นข้าราชการครูและผู้ที่เกี่ยวข้องก็ตาม สามารถที่จะแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจ ได้ทราบถึงพฤติการณ์ พยานหลักฐานพยานบุคคล หรือพยานแวดล้อม เพื่อให้ดำเนินการทางวินัยหรือดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่งต่อผู้กระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ หรือฉ้อโกง ในฐานะเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญาได้ ในช่วงที่ผ่านมาได้มีผู้แจ้งข้อมูลหลักฐานบางส่วนมายังสำนักงาน ก.ค.ศ.โดยตรงบ้างแล้ว ซึ่งสำนักงาน ก.ค.ศ. ก็ได้ดำเนินการแจ้งไปยังผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจเพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปแล้ว
          ดังนั้น เพื่อนข้าราชการครูผู้ใด หากได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ใดแล้ว ขอให้ตั้งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง สุจริต รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม เพื่อจะได้ไม่ทำให้เกิดปัญหาความเดือดร้อนเสียหายทั้งต่อตนเอง ต่อราชการ ต่อเพื่อนครูและผู้เกี่ยวข้องในภายหลัง

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 05 มี.ค. 55   อ่าน 11773 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มร.ชร.ผนึกบัณฑิตศึกษา มรภ.ภาคเหนือ เสนอวิจัยบูรณาการองค์ความรู้สู่การพัฒนายั่งยืน
10 ก.พ. 57 | อ่าน 415 ครั้ง
มติ ทปอ. เห็นชอบ อธิการฯ มทส. เป็นประธานฯ วาระ 2
06 ม.ค. 54 | อ่าน 7617 ครั้ง
รัฐบาลพัฒนา “ศูนย์เด็กเล็ก-รร.อนุบาลกว่า 46,000 แห่ง” ปลอดโรค สุขภาพเด็กดี พัฒนาการครบถ้วน
27 ส.ค. 56 | อ่าน 386 ครั้ง
สทศ.ชง ครม.ต่ออายุ "อุทุมพร" นั่งเก้าอี้ผอ.สทศ.
29 ก.ย. 53 | อ่าน 13232 ครั้ง
สพฐ.โบ้ยเด็กไทยไอคิวต่ำฉุดโอเน็ต
24 มี.ค. 54 | อ่าน 31283 ครั้ง
ฟังเสียง’ครู’ จาก’ดอยสูง’ถึง’แดนใต้’
16 ม.ค. 56 | อ่าน 502 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.