Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


"ต้นทุน-ศักยภาพครู" อุปสรรคห้องเรียนดิจิทัล




      

ต้นทุน-ศักยภาพครู อุปสรรคห้องเรียนดิจิทัล

 

          ในขณะที่ไทยมีแผนแจกแทบเล็ตให้เด็ก ป. 1 ใช้ในการเรียนการสอนตามแผนปฏิรูปการศึกษานั้น หลายประเทศทั่วโลกก็กำลังดำเนินการแปลงโฉมการเรียนการสอนเช่นกัน อันอาจส่งผลให้หนังสือแบบเรียนเริ่มหายไปจากห้องเรียนของบางประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกา ที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประกาศ คำสัญญาดิจิทัล พร้อมกับที่นายอาร์เน ดันแคน รัฐมนตรีศึกษาธิการ และนายจูเลียส จีนาคอว์สกี ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารของรัฐบาลกลาง (เอฟซีซี) ท้าทายโรงเรียนและบริษัทต่างๆ ให้พัฒนาและนำแบบเรียนไปปรับเป็น หนังสือดิจิทัล เพื่อใช้ในการเรียนการสอนภายใน 5 ปี
          หนังสือดิจิทัล ถูกมองว่าเป็นหนทางหนึ่งสำหรับการเรียนการสอนแบบอินเตอร์แอ็คทีฟ ทั้งยังน่าจะประหยัดเงิน และสามารถปรับปรุงแบบเรียนให้ทันสมัยภายในเวลาอันรวดเร็ว
          ฟลอริดา เป็นรัฐแรกของสหรัฐที่กำหนดให้จัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ดิจิทัลในโรงเรียนเอกชนทุกแห่ง โดยนับจากปี 2558 อุปกรณ์การสอนทั้งหมดในเกรด 12 ต้องอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล ส่วนรัฐแคลิฟอร์เนียได้ริเริ่มแบบเรียนดิจิทัลเมื่อปี 2552 ในรูปแบบของการให้ดาวน์โหลดบทเรียนฟรีสำหรับนักเรียนเกรด 9-12 สำหรับวิชาเรขาคณิต พีชคณิต ตรีโกณ แคลคูลัส ฟิสิกส์ เคมี ชีวภาพ ด้านโรงเรียนเอกชนและเขตต่างๆ ในเมืองโจปลิน รัฐมิสซูรี ก็ใช้แล็ปทอปแทนที่หนังสือแบบเรียนมาตั้งแต่หนังสือปลิวหายไปกับทอร์นาโด
          อย่างไรก็ตาม โรงเรียนหลายแห่ง ขาดแคลนศักยภาพในการวางระบบบรอดแบนด์ จัดหาคอมพิวเตอร์ หรือแทบเล็ต ขณะเดียวกัน การหาเงินทุนในการพัฒนาไปสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ยังถือเป็นเรื่องยากในสภาพเศรษฐกิจที่กำลังตกสะเก็ดของสหรัฐ
          เราอยากให้เด็กแบกกระเป๋าหนักอึ้งไปโรงเรียนทุกวันเหรอ หนังสือที่แบกไปโรงเรียนก็มีราคาไม่น้อย ส่วนใหญ่อยู่ที่ 50 ,60 หรือ 70 ดอลลาร์และหลายเล่มกำลังล้าสมัย หรือเราอยากให้เด็กใช้อุปกรณ์พกพาที่สามารถบรรจุเนื้อหาได้มากกว่าและปรับปรุงเนื้อหาให้ทันสมัยได้เป็นประจำ ผมคิดว่าทางเลือกในเรื่องนี้ง่ายมาก นายดันแคนกล่าว
          ขณะที่นายจีนาคอว์สกี กล่าวว่า การหันไปใช้แบบเรียนดิจิทัล จะช่วยปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ พร้อมแสดงความหวังว่าการเรียนรูปแบบนี้จะมีประสิทธิภาพในเรื่องต้นทุนในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อราคาแทบเล็ตลดลง
          เมื่อนักเรียนอ่านหนังสือเรียนและเจอสิ่งที่ไม่รู้ นักเรียนก็ไม่ทราบจะไปถามใคร แต่ถ้าอ่านจากแบบเรียนดิจิทัล นักเรียนสามารถหาข้อมูลเพิ่มจากเว็บไซต์ต่างๆ ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการหาความหมายของศัพท์ หรือการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ นายจีนาคอว์สกีระบุ
          นายเจย์ ดิสคีย์ ผู้อำนวยการบริหารแผนกโรงเรียน แห่งสมาคมสิ่งพิมพ์อเมริกัน กล่าวว่า มีการใช้เงินปีละประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดทำหนังสือแบบเรียนสำหรับเด็กอนุบาลไปจนถึงเกรด 12 และบริษัทที่ทำหนังสือแบบเรียนก็ได้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อรับมือการแปลงโฉมอุตสาหกรรมในช่วง 5-8 ปีที่ผ่านมา แต่ในหลายกรณีกลับปรากฏว่าโรงเรียนเป็นฝ่ายที่ไม่พร้อมในส่วนของการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการเรียนแบบใหม่
          ด้าน น.ส.แองจี เบเซนดอร์เฟอร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการศึกษาในเมืองโจปลิน กล่าวว่า การตอบรับของนักเรียนสำหรับแบบเรียนดิจิทัลมีแตกต่างกันไป เด็กบางคนที่คุ้นเคยกับการตอบคำถามตอนท้ายบทเรียน พบว่าการเปลี่ยนไปใช้แบบเรียนดิจิทัลเป็นเรื่องค่อนข้างยาก แต่เด็กบางคนก็ชอบมาก
          อุปสรรคในการเปลี่ยนไปใช้แบบเรียนดิจิทัลยังรวมถึงกฎระเบียบด้านการประมูลภาครัฐที่ล้าสมัย การขาดแคลนอุปกรณ์และเนื้อหา (คอนเทนท์) ที่สอดรับกัน ต้นทุนในการเชื่อมต่อหรือออนไลน์ และการบริหารในช่วงของการเปลี่ยนผ่านไปใช้การเรียนการสอนแบบใหม่
          ทั้งนี้ เมื่อทศวรรษ 90 เอฟซีซีจัดทำโครงการ อี-เรต เพื่อเชื่อมห้องสมุดและห้องเรียนทุกแห่งในอเมริกาให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต สำหรับปูทางสู่การปฏิวัติการเรียนในยุคบรอดแบนด์ นั่นคือ แบบเรียนดิจิทัล หลังจากข้อมูลระบุว่า การสอนที่มีเทคโนโลยีเป็นเครื่องช่วย สามารถลดเวลาในการเรียนรู้บทเรียนลงได้ถึง 80% นอกจากนั้น ครูอเมริกัน 81% ยังรู้สึกว่าแทบเล็ตจะทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่โปรเจคเรด ระบุว่า หากนักเรียนทุกคนเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จะทำให้ประสบความสำเร็จทางวิชาการมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม
          อย่างไรก็ตาม สหรัฐนับว่าตามหลังประเทศอื่น อย่างเกาหลีใต้ ในเรื่องของการเปลี่ยนไปใช้แบบเรียนดิจิทัล นอกจากนั้น คนอเมริกันประมาณ 1 ใน 3 หรือ 100 ล้านคน ยังไม่มีบรอดแบนด์ใช้ที่บ้าน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำการบ้านของเด็กบนแบบเรียนดิจิทัล
          เมื่อปลายปีที่แล้ว เกาหลีใต้ ตั้งเป้านำหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งหมดแปลงเป็นดิจิทัลภายในปี 2558 ภายใต้แนวคิด การศึกษาอย่างชาญฉลาด ในรูปของการจัดวางเครือข่ายไร้สายในโรงเรียนทุกแห่ง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา รวมถึงจัดวางระบบข้อมูลด้านการศึกษาให้สามารถทำงานได้บนอุปกรณ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซี แล็ปทอป แทบเล็ต หรือทีวีที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
          นายจู โฮ ลี รัฐมนตรีศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนตลาดคอนเทนท์แบบเปิด ที่ประกอบด้วย วัตถุดิบในการเรียนรู้ที่หลากหลาย ภายใต้เป้าหมายของการส่งเสริมคุณภาพและดึงต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป พร้อมอธิบายแบบเรียนดิจิทัลเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างจังหวัดที่ขาดแคลนครูเฉพาะด้าน สามารถเรียนรู้วิชาเฉพาะด้านได้ ทั้งยังเป็นการง่ายสำหรับนักเรียนในการเรียนรู้ที่บ้าน
          วัยรุ่นเกาหลีใต้น่าจะพร้อมต้อนรับเทคโนโลยีใหม่ด้านการศึกษา เพราะองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) พบว่าเด็กอายุ 15 ปีในเกาหลีใต้ เชี่ยวชาญการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากที่สุดในบรรดา 16 ประเทศที่ทำการสำรวจ
          ความโดดเด่นของเกาหลีใต้ไม่ได้มาจากโชคช่วย เพราะองค์การยูเนสโกได้บันทึกวิธีการของเกาหลีใต้ในการควบคุมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการศึกษาอย่างระมัดระวัง
          อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่หลายประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอน คำถามสำคัญ คือ เทคโนโลยีในห้องเรียนจะสร้างความแตกต่างได้จริงหรือไม่
          การศึกษาของมหาวิทยาลัยแลงคาสเตอร์ในอังกฤษ พบว่าเทคโนโลยีดิจิทัลในห้องเรียน อาจช่วยดึงความสนใจของนักเรียนมาสู่การเรียนรู้และอาจช่วยโรงเรียนประหยัดเงินได้ แต่จุดอ่อนอาจอยู่ที่ครู ซึ่งต้องเข้ารับการฝึกอบรมเพิ่มเติม เรียนรู้วิธีผสานสื่อหรือข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้าไปในแผนการเรียนการสอน
          ข้อเท็จจริงที่น่าเศร้า คือ นักเรียนในห้องที่เต็มไปคอมพิวเตอร์ กระดานดำอินเตอร์แอ็คทีฟ และเทคโนโลยีการสอนเคลื่อนที่ต่างๆ อาจเรียนได้แย่พอๆ กับนักเรียนในห้องที่นั่งบนเก้าอี้ไม้และขีดเขียนบนกระดานดำ นายเดวิด เวสทัน ครูวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาอินฟอร์มเอดูเคชัน แห่งอังกฤษ แสดงทัศนะ
          แม้มีความเป็นไปได้อย่างมากที่ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์สมัยใหม่จะดึงดูดและท้าทายนักเรียน แต่นายเวสทันมองว่าหากไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชี่ยวชาญหรือความชำนาญด้านการสอน เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีสมัยใหม่ สถานศึกษาที่นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ก็เสี่ยงที่จะเสียทั้งเวลา เงิน และโอกาส
          อุปสรรค คือ การขาดแคลนอุปกรณ์เนื้อหาที่สอดรับรวมถึงต้นทุนออนไลน์

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



โพสเมื่อ : 28 ก.พ. 55   อ่าน 11813 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
’ผชช.’ ศธ.ยันมีทุจริตสอบครูผู้ช่วย หลังวิเคราะห์กลุ่มแต้มสูงผิดปกติ
26 เม.ย. 56 | อ่าน 408 ครั้ง
กยศ. นัดชำระหนี้ 5 ก.ค. ส่งต่อโอกาสรุ่นน้อง
16 มิ.ย. 59 | อ่าน 284 ครั้ง
"ออมสิน" แย้มแพคเกจสางหนี้นอกระบบ
20 เม.ย. 59 | อ่าน 572 ครั้ง
อธิการมรอ.เดินหน้า1มหา’ลัย1จังหวัด
03 มิ.ย. 54 | อ่าน 129529 ครั้ง
เบรก! ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ไม่ทัน 1เมษาฯ
02 มี.ค. 58 | อ่าน 1098 ครั้ง
ศธ.จัดงบเรียนฟรีปี54กว่า8หมื่นล.-เตรียมพร้อมรับ
15 ก.พ. 54 | อ่าน 10433 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.