Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


“สมเด็จพระเทพฯ” ทรงชื่นชมผลงานของนักเรียนอาชีวะ




      

สมเด็จพระเทพฯ ทรงชื่นชมผลงานของนักเรียนอาชีวะ

 

          เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 09.29 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย(อกท.) ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 33 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 กุมภาพันธ์ 2555 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยมีนายศักดา คงเพชร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะกรรมการจัดงานฯ คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษาและประชาชน รับเสด็จฯ

          ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานโล่ที่ระลึกแด่ผู้บริหารและผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย  พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคเงินสมทบมูลนิธิองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย และผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย  หลังจากนั้น เสด็จฯพระราชดำเนินไปยังแท่น ทรงกดปุ่มไฟฟ้า เปิดแพรคลุมป้ายการประชุมวิชาการ และเสด็จพระราชดำเนินเพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการผลงานของหน่วย อกท.ดีเด่น สมาชิก อกท.ดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่า อกท.ดีเด่น นิทรรศการโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืน การแข่งขันทักษะวิชาชีพ นิทรรศการพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์น้ำภาคใต้

          ต่อมา ทรงประทับรับฟังการสัมนาผลงานทางวิชาการ เรื่อง เกษตรผสมผสาน...เส้นทางตามรอยเท้าพ่อ ของสมาชิกองค์การฯ หน่วยศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวิถีการเกษตรที่เป็นพื้นฐานการทำการเกษตรพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว โดยการเชื่อมโยงกิจกรรมการปลูกพืชและเสี้ยงสัตว์ในลักษณะเกื้อกูลกัน สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยที่เน้นการพึ่งพาตนเอง ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พ่อของปวงชนชาวไทย เป็นการดำเนินรอยตามรอยเท้าพ่อ ในเส้นทางสายเกษตรแบบผสมผสาน ก่อนเสด็จฯกลับ ทรงปลูกต้นกันเกราเป็นที่ระลึก

          ด้าน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) กล่าวภายหลังตามเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ ว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงพอพระทัยอาชีวะด้านเกษตรฯ มาก และทรงอยากให้มีการส่งเสริมอย่างจริงจัง และท่านก็ทราบว่ามีเด็กมาเรียนด้านการเกษตรน้อยจึงจำเป็นจะต้องเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น และในส่วนพระองค์เองก็ให้ทุนเด็กได้เรียนสายอาชีพรวมทั้งด้านเกษตรขณะนี้รวมแล้วกว่า 10,000 คน

          นายชัยพฤกษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพฯ ยังบอกว่าการดูแลเด็กเหล่านี้ก็มีปัญหาบ้าง ไม่ใช่ทุกคนต้องดีหมด แต่วิธีการที่ท่านดูแลนั้น จะดูความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่น เด็กคนนี้มีปัญหาด้านครอบครัว พระองค์ท่านก็จะมีวิธีการดูแลแบบหนึ่ง มีปัญหาเรื่องการเงินพระองค์ท่านก็มีวิธีการดูแลอีกแบบหนึ่ง ส่วนคนที่มีปัญหาหนักๆ พระองค์ท่านก็จะเข้าไปดูแลด้วยพระองค์เองหมดและพระองค์จะจำได้ด้วยว่าคนนี้เรียนที่ไหน นั่นคือจุดเด่นของพระองค์ท่านที่เหมือนเป็นครูที่ช่วยดูแลเด็กทุกคนอย่างจริงจัง และท่านก็บอกว่าหลายคน ท่านพบโดยบังเอิญเหมือนมีวาสนาได้เจอกันและท่านก็ได้รับเลี้ยงดู และหลายคนที่อยู่กับท่านตอนนี้ก็ได้เป็นใหญ่เป็นโตกันหมดแล้วก็เป็นกำลังสำคัญ

          เลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า ในส่วนเรื่องของการเรียนการสอน จุดเด่นที่พระองค์มีพระราชดำริ มีพระราชกระแสทุกจุดที่พระองค์เสด็จฯไปนั้น คือเรื่องฝึกงานของเด็กอาชีวะ โดยตนได้กราบบังคมทูลว่า เด็กอาชีวะโดยเฉพาะที่เรียนเกษตรจะฝึกงานอย่างน้อย 1 ภาคเรียน พระองค์ท่านก็ทรงบอกว่า 3-4 เดือนน่าจะไม่เพียงพอ ยิ่งถ้าไปฝึกในโครงการทวิภาคี 3-4 เดือนไม่น่าจะเพียงพอ เพราะช่วงแรกก็ใช้ในเรื่องภาษาไปแล้ว ดังนั้น ในจุดนี้ รมช.ศธ. จึงได้รับพระราชกระแสว่า เราคงต้องขยายเวลาฝึกประสบการณ์ในการฝึกงานให้มากขึ้น ซึ่ง รมช.ศธ.ได้รับพระราชกรแสว่าจะขยายเวลาฝึกประสบการณ์ให้มากขึ้น และในเวลาเดียวกัน ตนจึงได้กราบทูลว่า สอศ.กำลังเปิดหลักสูตรปริญญาตรีสายปฏิบัติการ โดยสายเทคโนโลยีจะเพิ่มเวลาฝึกปฏิบัติงานของนักศึกษาขึ้น  ซึ่งพระองค์ก็รับสั่งว่าเดี๋ยวนี้บางคนจบ ปวส.ก็ยังทำงานไม่เก่ง บางคนจบปริญญาตรีก็ทำงานไม่เป็น  ตนจึงได้กราบบังคมทูลไปว่า หลักสูตรปริญญาตรีของอาชีวะจะเป็นทางเลือกให้เด็กที่จบและยังไม่ได้ทำ

          นายชัยพฤกษ์ กล่าวด้วยว่า สมเด็จพระเทพฯ ทรงให้เน้นที่ฝีมือการทำงานมากกว่า จะจบปริญญาตรีหรือไม่จบก็ได้แต่ขอให้ทำงานเป็น อย่างเช่น คนที่เรียนจบใน ร.ร.พระดาบสรับรองจบแล้วทำงานเป็นแน่นอน นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระราชกระแสเรื่องการให้เงินเดือนและค่าตอบแทนควรดีที่ฝีมือการทำงานดีควรได้เงินเดือนสูงกว่าคนทำงานไม่ดี  และนอกจากนี้สมเด็จพระเทพฯ ยังทรงชื่นชมผลงานวิจัยของนักเรียนอาชีวะฯ ว่าในแต่ละปีควรได้นำมาต่อยอดและเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น สอศ.จะนำผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลก็จะนำไปวิจัยเพิ่มแล้วนำมาผลิตจำนวนมากขึ้น ซึ่งก็ตรงกับนโยบายของ รมช.ศธ.ที่ให้ผลิตสิ่งประดิษฐ์ของนักเรียนจำนวนมาก

          สำหรับการประกวดผลงานของนักเรียนอาชีวะฯ ก้าวหน้าขึ้น ไม่ซ้ำกันเลย และเด็กที่เป็นเจ้าของผลงานก็สามารถกราบบังคมทูลรายงานต่อสมเด็จพระเทพฯ ได้ดี ดูเด็กมีวิธีคิด วิธีทำงานเป็นระบบและมั่นใจในการนำเสนอ ซึ่งก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีของนักเรียน นักศึกษาที่เรียนสายอาชีพ กล้าคิด กล้าทำและมั่นใจในผลงานของตนเองมากขึ้น เลขาธิการ กอศ.กล่าว

          เลขาธิการ กอศ. กล่าวต่อว่า การจัดงาน อกท.ครั้งที่ 33 นี้ ได้มีนักเรียน นักศึกษาอาชีวะเกษตรจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยประมง วิทยาลัยการอาชีพ และวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ ที่จัดการเรียนการสอนประเภทวิชาเกษตรกรรม จำนวน 50 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสมาชิกขชององค์การฯ จำนวน 2,000 คน และครูเกษตร จำนวน 1,000 คน เข้าร่วมประชุมนำเสนอผลงานวิจัยทดลอง ผลงานการประดิษฐ์ นวัตกรรมทางการเกษตร และเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านการเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพของกำลังคนสายเกษตรกรรมให้มีความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการเกษตร และสร้างรากฐานการเกษตรของประเทศให้มีความเข้มแข็ง

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 14 ก.พ. 55   อ่าน 17185 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คสช.ไฟเขียวปรับเงินเดือนย้อนหลังทหารชั้นผู้น้อย ยกเว้นภาษีทหารเกษียณก่อนกำหนด 5,000 คน
03 ก.ย. 57 | อ่าน 683 ครั้ง
สร้างความเข้มแข็งวิสาหกิจฯปลูกพืชปลอดพิษลดใช้สารเคมี
02 ก.ย. 53 | อ่าน 18785 ครั้ง
’อาชีวะ’ เจ๋งคว้าแชมป์5ปีซ้อน เทศกาลแกะสลักหิมะน้ำแข็ง
09 ม.ค. 57 | อ่าน 519 ครั้ง
อาชีวะลดอุบัติเหตุตรวจสภาพรถฟรี ก่อนใช้ปีใหม่ 57
27 ธ.ค. 56 | อ่าน 403 ครั้ง
แต่งตั้งโยกย้าย 24 ผอ.ร.ร.ดังกทม. ’เบญญาภา’สตรีวิทยา-’อนันต์’เทพศิรินทร์
21 พ.ย. 56 | อ่าน 732 ครั้ง
ร.ร.สารสาสน์เอกตรา รับนร.
20 พ.ค. 57 | อ่าน 1333 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.