Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ยุวเกษตรไทยเก็บเกี่ยวหลักคิดถิ่นยิว




      

ยุวเกษตรไทยเก็บเกี่ยวหลักคิดถิ่นยิว

 

          ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์
          We can control every thing : เราสามารถควบคุมทุกสิ่งได้ หลักคิดที่ ชาวอิสราเอล หรือ  ยิว ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทำได้จริง โดยสามารถพลิกผืนดินกึ่งทะเลทรายให้กลายเป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าทางการเกษตรรายใหญ่สู่ตลาดยุโรป และแม้หลายคนจะคุ้นชินว่าอิสราเอลเป็นประเทศที่อันตราย แต่จากการยอมรับของคนทั่วโลกในเรื่องคุณภาพผลิตผลทางการเกษตร ทำให้นานาประเทศต้องส่งคนไปเรียนรู้งานด้านนี้
          กว่า 12 ปี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2543 กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จับมือศูนย์ฝึกอบรมนานาชาติด้านการเกษตรในเขตอราวา (Arava International Center For Agricultural Training) : AICAT ประเทศอิสราเอล ทำโครงการจัดการเรียนการสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาพืชศาสตร์ ระบบทวิภาคี โดยคัดเลือกนักศึกษาชั้น ปวส.1 จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) ทั้ง 43 แห่ง มาเตรียมความพร้อมแบบเข้มข้นและศึกษาภาคเรียนที่ 1 ในศูนย์ที่ วษท.ร้อยเอ็ด วษท.มหาสารคาม และ วษท.ศรีสะเกษ เพื่อคัดกรองคนที่มีความแข็งแกร่งทั้งด้านร่างกาย จิตใจ มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสาร บินไปเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียน และฝึกปฏิบัติงานฟาร์มของเกษตรกรอิสราเอล ในเขตอราวา เป็นเวลา 11 เดือน โดยทุกคนต้องทำงานวิจัย หรือมินิโปรเจคท์ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ตั้งขึ้นและแก้ไขเอง พร้อมนำเสนอก่อนกลับมาเรียนต่อที่ไทยอีก 1 ภาคเรียน
          ในปี 2555 มีนักศึกษา จำนวน 165 คน ไปฝึกปฏิบัติงานฟาร์มอยู่ใน 5 โมชาฟซึ่งก็คือ ชุมชนจัดตั้งที่มีการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร เพื่อช่วยกันทำมาหากินแบบพึ่งพาอาศัยกันอย่างมีกติกาในรูปแบบคล้ายสหกรณ์ แต่ละแห่งมีสมาชิกประมาณ 60-200 ครอบครัว แต่ละครอบครัวสามารถมีที่ดิน บ้าน และเครื่องมือทำการเกษตรเป็นของตนเอง โดยโมชาฟจะรับผิดชอบด้านการตลาด จัดซื้อเครื่องมือเครื่องใช้ให้สมาชิกในราคาถูก รวมทั้งจัดการให้สมาชิกทุกคนได้ใช้น้ำและที่ดินอย่างเท่าเทียมกัน
          การเดินทางกว่า 11 ชั่วโมง ด้วยสายการบิน เอล อัล อิสราเอล แอร์ไลน์ (El Al Israel Airlines) ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติอิสราเอล ได้นำคณะผู้บริหารสถานศึกษา นำโดย ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศธ. และ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) สู่ท่าอากาศยานของนครเทลอาวีฟ และขึ้นรถบัสโดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงมุ่งสู่โมชาฟอินยาฮาฟ และโมชาฟอาสเซว่า ณ เมืองอราวา ที่อยู่ตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อติดตามโครงการฯ ซึ่งตลอดการเดินทางทิวทัศน์สองฟากฝั่งทำเอาถึงกับอึ้ง เพราะพื้นที่เกือบทั้งหมดมีลักษณะเป็นภูเขาหินทรายมีผลึกตะกอนความเค็มให้เห็นเป็นสีขาว ผืนดินบางส่วนก็เป็นกรวดปนทราย ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นให้เห็น และถึงแม้สองฟากฝั่งแทบจะไม่มีบ้านเรือนผู้คนให้เห็น แต่ถนนไฮเวย์ที่รถวิ่งผ่านก็ราดยางเรียบ ทำให้อดจินตนาการต่อไม่ได้ว่า จุดที่โมชาฟตั้งอยู่น่าจะเป็นโอเอซิสที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทางกลับตรงกันข้าม เพราะโมชาฟที่ว่าตั้งอยู่บนผืนทรายนั่นเอง
          แต่เมื่อได้เข้าไปสัมผัสภายในฟาร์ม ก็พบว่าไม้ผลต่าง ๆ ที่ปลูกอยู่ในโรงเรือนล้วนแต่มีผลดก ลูกใหญ่ สีสดใสน่ารับประทาน ทั้งพริกหวาน ฟักทอง สตรอเบอรี่ มะเขือเทศ เมลอน ซึ่ง อาจารย์ธานี ศิริโสม ครูพี่เลี้ยงซึ่งเป็นผู้ดูแลนักศึกษา และเป็นนักศึกษาของโครงการรุ่นแรก ๆ เล่าว่า การปลูกพืชที่นี่จะปลูกภายใต้โรงเรือนที่มีการควบคุมความชื้น แสง และแมลง โดยจะใช้ตาข่ายที่มีสีและขนาดความถี่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของพืช ให้น้ำด้วยระบบน้ำหยดที่ผ่านการคำนวณมาแล้วอย่างดี โดยน้ำจะหยดลงบนรากของต้นไม้ ผลักความเค็มออกจากรากของพืช ลดโรคทางใบ วัชพืชไม่ขึ้น และที่สำคัญคือประหยัดน้ำ เพราะน้ำจืดที่นี่ได้มาจากทะเลสาบกาลิลีที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศและส่งผ่านมาทางท่อ การขุดบ่อบาดาลก็มีบ้างแต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง สำหรับดินที่ใช้เพาะปลูกต้องนำดินทรายมาจากริมน้ำฝั่งประเทศจอร์แดน หรือใช้ดินภูเขาไฟที่ขนมาจากภาคเหนือของประเทศ โดยนำมาผสมกับปุ๋ยหมักและถมให้มีความสูงประมาณ 1.5 เมตร เฉพาะส่วนที่เป็นร่องปลูกเท่านั้น
          เกษตรกรอิสราเอลจะให้ความสำคัญกับงานวิจัยมาก โดยเจ้าของฟาร์มจะมีงานทดลองทุกปีของฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อนำไปพัฒนาการเกษตรในฤดูกาลต่อไป เช่น เปรียบเทียบสายพันธุ์ เปรียบเทียบวัสดุปลูก หรือเปรียบเทียบโรงเรือนที่แตกต่างกัน และพัฒนาเทคโนโลยีทางการเกษตรแบบง่าย ๆ ขึ้นมาใช้เอง ขณะเดียวกันรัฐบาลจะกำหนดว่าต้องปลูกอะไร จำนวนเท่าไหร่ เพื่อประโยชน์ทางการตลาด ส่วนผิวถนนที่เรียบนั้น ก็สร้างขึ้นเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าทางการเกษตรไม่ให้บอบช้ำระหว่างการเดินทาง อาจารย์ธานี บอกถึงจุดเด่นของการเกษตรอิสราเอล
          นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการฯ ในรุ่นที่ 12 นี้ ได้เดินทางมาอิสราเอลตั้งแต่เดือน ส.ค. 2554 และจะเดินทางกลับไทยเดือน ก.ค.2555 ซึ่ง นายยุทธชัย บุญเรือง บอกว่า ระยะเวลากว่า 5 เดือนที่ผ่านมาได้เรียนรู้แนวคิดของเจ้าของฟาร์มในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้ได้ราคาดี เรียนรู้ระบบการให้น้ำ และเทคนิคการปลูกพืช จนถึงการบรรจุ ซึ่งตนจะนำความรู้ที่ได้กลับไปปรับประยุกต์ใช้ที่บ้าน ขณะที่ น.ส.รำไพร สุวรรณเกษี  ย้อนให้ฟังว่า ที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพราะอยากมาหาประสบการณ์ ว่า การปลูกพืชในที่แห้งแล้งเป็นอย่างไร และทำไมประเทศไทยที่อุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ จึงปลูกพืชแล้วไม่ได้ผลดีเหมือนอิสราเอล ส่วน น.ส.สุพร หวุ่ยซือคู่ เล่าว่า ฟาร์มที่ปลูกมะเขือเทศกับพริกหวาน ซึ่งเจ้าของฟาร์มต้องการรู้ว่าพริก 3 สายพันธุ์ พันธุ์ไหนให้ผลผลิตมากที่สุด และมีการตัดแต่งกิ่งต่อต้นในจำนวนที่แตกต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบผลผลิตที่ได้ และเมื่อเราเก็บผลผลิตแล้วก็ต้องบอกข้อมูลกับเจ้าของฟาร์มด้วยว่ามีปัญหาอะไรบ้าง พร้อมสรุปว่าผลผลิตของเขาแบบไหนดีกว่า ซึ่งถือเป็นการเรียนรู้งานวิจัยแบบหนึ่ง
          นักศึกษาในโครงการฯ นี้ ต้องจ่ายค่าเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าเรียนเอง คิดเป็นเงินประมาณ 10,700 เชคเกล หรือประมาณ 140,000 บาท แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะนักศึกษาจะได้รับเงินเดือน และเงินล่วงเวลาจากการทำงานฟาร์ม เฉลี่ยเดือนละ 3,500- 4,900 เชคเกล หรือ 30,000-45,000 บาท โดยทุกคนต้องทำงานฟาร์มสัปดาห์ละ 6 วัน วันละ 8 ชั่วโมง  อีก 1วัน ต้องไปเรียนทฤษฎีที่ศูนย์
          ศิษย์อราวาจะถูกสอนให้คิด และค้นคว้าด้วยตนเอง เด็กไม่สามารถคัดลอกทุกอย่างกลับไปใช้ในประเทศของตนเองได้ แต่จะรู้ว่าต้องไปปรับประยุกต์ใช้ได้อย่างไร พร้อมทั้งซึมซับ และได้แรงบันดาลใจ ซึ่งไม่ใช่แค่คำพูด แต่ต้องเชื่อว่าทำได้และกล้าเผชิญกับปัญหา คานนี่ อานนท์ ผอ.ศูนย์ไอแคท กล่าวและบอกด้วยว่า ปัจจุบัน มี 6 ประเทศ ที่ส่งเด็กเข้าร่วม ได้แก่ เนปาล ทิเบต พม่า เวียดนาม ลาว และไทย ซึ่งไทยเป็นชาติแรกที่เข้าโครงการฯนี้ โดยปีหน้ามีแผนจะขยายความร่วมมือจัดการศึกษาในระดับปริญญาตรีและโท และอยากให้นักศึกษากลับไปเป็นทูตบอกเล่าว่า อิสราเอลไม่ได้มีแต่ภาพการก่อการร้าย เกษตรกรที่นี่มีน้ำใจ และพร้อมที่จะแบ่งปันความรู้
          เชื่อว่าขณะนี้ศิษย์เก่าโครงการฯ ทั้ง 11 รุ่น รวม 1,239 คน ที่ผ่านฟาร์มอราวามาแล้ว และกระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ คงกำลังนำความแข็งแกร่ง และหลักคิดที่ได้กลับมาพลิกโฉมเกษตรกรไทย จนสามารถลบคำว่า เกษตรกรทำงานหนัก หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน รายได้น้อย ลงได้.

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 10 ก.พ. 2555 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 09 ก.พ. 55   อ่าน 54817 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
หนุนเด็กอาชีวะกู้กยศ.เพิ่ม
09 มิ.ย. 54 | อ่าน 94895 ครั้ง
สทศ.นำร่องสอบออนไลน์
10 พ.ค. 55 | อ่าน 1060 ครั้ง
โชว์แผนแก้ปัญหานักเรียน-นักเลง
28 ต.ค. 53 | อ่าน 11767 ครั้ง
คุรุสภาจัดประกวดสปอตวิทยุ และสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2561 ชิงเงินรางวัลรวม 240,000 บาท
01 พ.ย. 60 | อ่าน 218 ครั้ง
สพฐ.พัฒนาหลักสูตรใหม่ บนระบบ TEPE Online หลักสูตรพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และการขอมี+ต่อใบอนุ
07 มี.ค. 59 | อ่าน 265 ครั้ง
วิจัยชี้เด็กคะแนนสอบดี มีทักษะคิดวิเคราะห์-จิตสาธารณะน้อย
13 ธ.ค. 59 | อ่าน 226 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.