Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ชี้ ’แก็ต/แพ็ต’ ตกต่ำต้องพลิกเป็นโอกาส




      

ชี้ 'แก็ต/แพ็ต' ตกต่ำต้องพลิกเป็นโอกาส

 

          ไทยโพสต์ * คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ แนะ สทศ.-สพฐ.ร่วมมือพลิกวิกฤติ ผลสอบแก็ต/แพ็ตตกต่ำเป็นโอกาส ให้ สทศ.ชี้จุดอ่อนแต่ละเนื้อหา แยกเป็นเขตพื้นที่ฯ แล้ว สพฐ.ไปจัดทำแผนแก้ปัญหาให้ตรงจุด มองกรณี สทศ.แนะ สพฐ.ปรับระบบวัดผลข้อสอบอัตนัยไม่ใช่ประเด็น เพราะหากเด็กนักเรียนมีความเข้าใจในเนื้อหา ไม่ว่าข้อสอบปรนัยหรืออัตนัยก็ทำได้
          ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ประกาศผลการทดสอบวิชาความถนัดทั่วไป (แก็ต) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (แพ็ต) ครั้งที่ 1/2555 และผลสอบ 7 วิชาสามัญที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าการสอบแก็ต/แพ็ตมีผลการสอบเฉลี่ยทุกวิชาตกต่ำเมื่อเทียบกับผลสอบดังกล่าวทุกๆ ปีที่ผ่านมา รวมถึงผลสอบวิชาแพ็ต 1 ความถนัดทางคณิตศาสตร์ที่ตกต่ำกว่าทุกวิชา และยังมีการสอบ 7 วิชาสามัญที่จัดสอบในปีแรก ก็พบวิชาคณิตศาสตร์มีคะแนนตกต่ำกว่าทุกวิชาเช่นกัน ว่า ตนคิดว่าเรื่องผลสอบตกต่ำนี้คงต้องแก้ปัญหาร่วมกันระหว่าง สทศ. และต้นสังกัดสถานศึกษาอย่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
          คณบดีคณะครุศาสตร์ฯ กล่าวต่อว่า ปรากฏการณ์ผลสอบตกต่ำดังกล่าว ตนไม่อยากให้มองว่าต้นเหตุมาจากหลักสูตร ระบบการเรียนการสอนและตัวครู เพราะผลสอบต่างๆ จะดีขึ้นหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารที่ต้องจริงจังกับการเรียนการสอนและการทำหลักสูตร ไม่ใช่สนใจแค่เรื่องการบริหารบุคลากรและงบประมาณอย่างเดียว ส่วนความคิดการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อกระตุ้นผลการเรียนนั้น เบื้องต้นคงต้องมีการประเมินผลก่อนว่าโรงเรียนได้ปฏิบัติตามหลักสูตรมากน้อยแค่ไหน แล้วค่อยไปรื้อหลักสูตรต่อไป อย่าง ไรก็ตามกรณี สทศ.เสนอให้ สพฐ.ปรับระบบการวัดประเมินผลในห้องเรียนให้มีการวัดผลแบบอัตนัยมากขึ้นนั้นตนคิดว่าคงไม่สำคัญเท่าไหร่ เพราะหากเด็กนักเรียนเข้าใจเนื้อหาจริง ไม่ว่าข้อสอบแบบปรนัยหรืออัตนัยก็จะสามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม วิกฤติผลสอบนี้อยากให้ สพฐ.ใช้เป็นโอกาสในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ละเลยปล่อยให้เกิดแล้วผ่านไป
          ทั้งนี้ เบื้องต้นต้องให้ สทศ.รวบรวมและแจกแจงรายละเอียดผลสอบก่อน ทั้งดูว่ากลุ่มวิชาใดมีเนื้อหาที่มีช่วงคะแนนตกต่ำที่สุด ดูว่าเขตพื้นที่ฯ ใดอ่อนวิชาอะไรและเนื้อหาใดบ้าง จากนั้นค่อยมาจัดทำแผนพัฒนาตรงจุดอ่อนนั้น ซึ่ง สพฐ.ก็ต้องกำหนดเป็นนโยบายแก้ปัญหา เพื่อมอบต่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ไปจัดทำแผนร่วมกับโรงเรียนต่อไป
          นอกจากนี้ยังต้องมีนโยบายจับคู่โรงเรียนพี่โรงเรียนน้องเพื่อทำความร่วมมือทางวิชาการกัน และแลกเปลี่ยนแนวทางการเรียนการสอนที่ดี อย่างไรก็ตาม หากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งครู ผู้บริหารโรงเรียน ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมมือแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ตนก็เชื่อว่าผลการเรียนของนักเรียนก็จะดีขึ้นเอง.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์



โพสเมื่อ : 06 ก.พ. 55   อ่าน 57014 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ว1/2558 หลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารการศึกษา สังกัด สพฐ.
14 มิ.ย. 58 | อ่าน 429 ครั้ง
คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: กศน.การศึกษาน้อยนิด...คุณค่ามหาศาล
19 มิ.ย. 56 | อ่าน 500 ครั้ง
คืนความสุขให้ลูก สพฐ.
28 ส.ค. 57 | อ่าน 278 ครั้ง
นวัตกรรมการสร้างเครือข่าย ทางการศึกษา: โครงการมุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ ACPP
29 ก.พ. 55 | อ่าน 12133 ครั้ง
สลดแม่ขายที่ส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย
10 เม.ย. 58 | อ่าน 549 ครั้ง
ผลการพิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการครูผู้ขอมีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ 284 ราย
02 มิ.ย. 58 | อ่าน 302 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.