Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คุรุสภายกเลิกรับรองหลักสูตร ป.บัณฑิต




      

คุรุสภายกเลิกรับรองหลักสูตร ป.บัณฑิต

          คุรุสภาประกาศยกเลิกรับรองหลักสูตรป.บัณฑิต โดยให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หลังมีเสียงบ่นขาดคุณภาพ ปรับระบบให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูครั้งใหญ่ แบ่งกลุ่มเป็นครูระดับปฐมวัย ประถม มัธยม พร้อมแยกเป็นรายวิชาทั้งฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ระบุข้อสรุปเบื้องต้นกลุ่มนิสิต นักศึกษาครูให้ใช้วิธีสอบ ขณะที่ครูเก่าให้อบรมความรู้เพิ่มเติม15ชั่วโมงนำหลักฐานย้อนหลัง 3 ปีมายื่น ตั้งเป้าใช้จริงปี 2557 สร้างระบบรับรองคุณภาพครู
          เมื่อวันที่ 19 ส .ค. 2553 ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมยังมีมติยกเลิกการให้การรับรองหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) โดยให้มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ดังนั้นสถาบันผลิตครูที่เคยส่งหลักสูตรมาให้การรับรองและคุรุสภาให้การรับรองไปแล้ว ทางคุรุสภายกเลิกไม่ให้การรับรองต่อไป
          แต่จะไม่กระทบต่อนักศึกษาหลักสูตรป.บัณฑิตที่กำลังเรียนอยู่ในขณะนี้และยังไม่จบ แต่ไม่ให้สถาบันผลิตครูรับหลักสูตรป.บัณฑิตรุ่นใหม่อีก เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้มีผู้จบการศึกษาผู้มีใบอนุญาตฯพอแล้ว และคุรุสภาควบคุมคุณภาพสถาบันผลิตครูได้ลำบากเพราะสถาบันผลิตครูบางแห่งบริหารหลักสูตรได้มีคุณภาพ แต่บางแห่งไม่บริหารหลักสูตรให้เป็นไปตามที่เสนอต่อคุรุสภา ทำให้หลายหน่วยงานบ่นเรื่องคุณภาพของหลักสูตรป.บัณฑิต อีกทั้งผลวิจัยของมหาวิทยาลัยมหาสารคามพบว่าผู้เรียนหลักสูตรป.บัณฑิตคุณภาพต่ำกว่าผู้เรียนหลักสูตรครู 5 ปี
          ส่วนสถาบันอาชีวศึกษาหรือสถาบันการศึกษาอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ครูซึ่งไม่ได้จบด้านการศึกษาหรือสายช่าง ถ้าจำเป็นต้องอบรมเพื่อให้ได้ใบอนุญาตฯทางคุรสภาจะประสานงานกับหน่วยงานเหล่านั้นเพื่อประสานกับสถาบันผลิตครูเพื่อจัดอบรมเป็นรายสถาบันรายกรณีไป ดร.ดิเรก กล่าว
          รวมทั้งที่ประชุมยังมีมติยกเลิกหลักสูตรการฝึกอบรมตามมาตรฐานวิชาชีพครู เช่น ครูมี 9 มาตรฐาน ซึ่งการอบรมมาตรฐานละ 20 ชั่วโมงก็มาขอใบอนุญาตฯแต่ไม่กระทบผู้ที่เรียนอยู่ในขณะนี้ แต่ไม่ให้สถาบันผลิตครูเปิดรับนักศึกษาใหม่ เพื่อควบคุมคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพครูสูงขึ้นสอดรับการปฏิรูปการศึกษารอบสองที่ต้องการพัฒนาคุณภาพครู
          นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงมาตรฐานวิชาชีพครูซึ่งปัจจุบันมาตรฐานวิชาชีพครูมี 9 มาตรฐาน ผู้บริหารและศึกษานิเทศก์มี 10 มาตรฐาน จะเพิ่มมาตรฐานวิชาชีพเข้าไปอีก 1 มาตรฐานในทุกกลุ่มโดยเพิ่มมาตรฐานความรู้ในวิชาที่ครูจะสอน หากเป็นครูระดับปฐมวัยจะเพิ่มมาตรฐานความรู้เน้นจิตวิทยาสำหรับเด็ก การดูแลช่วยเหลือเด็ก การพัฒนาเด็กได้อย่างสมวัย ครูระดับประถมจะเพิ่มความรู้และเทคนิควิธีในกลุ่มสาระที่ครูต้องสอนในระดับประถมศึกษา ครูระดับมัธยมจะเพิ่มความรู้เนื้อหาวิชาทีครูจะไปสอน หากสอนวิชาเช่นฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ก็จะต้องมีความรู้ในวิชาเหล่านี้ จะต้องเพิ่มเข้าไปในมาตรฐานความรู้วิชาชีพ ทั้งนี้
          ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวอีกว่า เมื่อปรับปรุงมาตรฐานความรู้วิชาชีพครู การให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู จะต้องเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งแต่เดิมครูมีใบอนุญาตฯใบเดียวสอนได้ทั้งระดับปฐมวัย ประถมและมัธยม หรือจะสอนวิชาต่างๆเช่น ฟิสิกส์ เคมีก็ได้ ดังนั้น ต่อไปการออกใบอนุญาตฯจะเปลี่ยนไปโดยจะแยกออกเป็นใบอนุญาตฯครูปฐมวัย ใบอนุญาตครูประถม ใบอนุญาตครูมัธยมโดยใบอนุญาตครูระดับม.ปลายจะแบ่งออกเป็นใบอนุญาตครูสอนวิชาฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ ส่วนครูอาชีวศึกษาจะแยกออกเป็นใบอนุญาตครูผู้สอนตามสาขาวิชาเช่น วิชาช่าง เกษตร บริหาร
          เมื่อสถาบันผลิตครูไปปรับปรุงได้ตามมาตรฐานแล้วจะรับรองหลักสูตรของสถาบันผลิตครู แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้ใบอนุญาตแก่บัณฑิตที่เรียนจบหลักสูตรที่คุรุสภารับรอง ผู้ที่จะขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตใหม่ ไม่ใช่ครูที่สอนอยู่แล้วจะต้องมาสอบข้อสอบของคุรุสภาโดยเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาชั้นปีที่ 3-5 ที่เรียนหลักสูตรคุรุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์หลักสูตร 5 ปีมาสอบ ซึ่งนิสิต นักศึกษาที่จะมาสอบเพื่อขอใบอนุญาตฯ จะต้องมาสอบขอใบอนุญาตในสาขาวิชาที่เรียน เช่น เรียนเป็นครูสอนวิชาฟิสิกส์ก็ต้องมาสอบขอใบอนุญาตฯครูสอนวิชาฟิสิกส์ หากจะสอบขอใบอนุญาตฯวิชาอื่นเช่น เคมี ก็ต้องไปอบรมเพิ่มเติมตามเกณฑ์คุรุสภาแล้วนำหลักฐานการอบรมมายื่นขอสอบดร.ดิเรก กล่าว
          ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า คุรุสภาจะแปลงคะแนนข้อสอบเป็นคะแนนมาตรฐาน หากได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนดซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการกำหนดเกณฑ์ บัณฑิตคนนั้นจะไม่ได้ใบอนุญาตฯ แต่สามารถมาสอบใหม่ได้โดยเบื้องต้นเท่าที่หารือกันอาจจะให้สอบได้ปีละ 2-3 ครั้งโดยใช้ปริญญาและคะแนนสอบมาขอใบอนุญาตกับคุรุสภาได้ คุรุสภาได้หารือกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ให้ปรับมาตรฐานความรู้วิชาชีพครูและหาหน่วยงานมาจัดทำข้อสอบและจัดระดับความยากง่ายโดยทำเป็นข้อสอบมาตรฐานและใส่ไว้ในคลังข้อสอบและใช้คอมพิวเตอร์บริหารข้อสอบ เนื่องจากจะเปิดสอบผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยตั้งเป้าว่าจะนำร่องการสอบในปี 2555 และตนจะเสนอคณะกรรมการคุรุสภาให้ใช้จริงอย่างช้าในปี 2557 เพราะหากเริ่มใช้ในปี 2554 เร็วเกินไป
          ดร.ดิเรกกล่าวด้วยว่า ส่วนครูเก่าที่สอนอยู่ในปัจจุบันและมีใบอนุญาตฯอยู่แล้วซึ่งใบอนุญาตฯจะหมดอายุในเดือนธันวาคม 2557 และจะต้องมาขอต่อใบอนุญาตฯใหม่นั้น ที่ประชุมหารือกันแล้วเสียงแตกเพราะเกรงผลกระทบโดยเบื้องต้นมีการเสนอว่ายังไม่ควรให้ครูเก่าต้องสอบ แต่การให้ใบอนุญาตฯจะต้องมีการแบ่งใบอนุญาตฯเป็นระดับปฐมวัย ระดับประถม ระดับมัธยมซึ่งครูม.ต้นจะแบ่งครูสอนวิชาต่างๆเช่น ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ส่วนครูม.ปลายแบ่งเป็นครูสอนวิชาต่างๆเช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา อย่างไรก็ตาม ครู 1 คนมีใบอนุญาตฯสอนได้หลายวิชาแต่ต้องมีความรู้ตามมาตรฐานที่คุรุสภากำหนดไว้
          ประธานคณะกรรมการคุรสภา กล่าวอีกว่า ครูเก่าจะต้องนำหลักฐานการอบรมความรู้เพิ่มเติมย้อนหลัง 3 ปีมายื่นขอใบอนุญาตฯ เช่น ครูที่จบสาขาพลศึกษาแต่สอนฟิสิกส์มา 5 ปีและมีใบอนุญาตฯอยู่แล้ว ก็ต้องอบรมเพิ่มเติมโดยเบื้องต้นเท่าที่หารือกันควรอบรมความรู้เพิ่มเติมในวิชานั้นๆ 15 ชั่วโมง หากคุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ก็จะให้เวลาในการพัฒนาความรู้แล้วมายื่นขอใบอนุญาตฯใหม่ ส่วนครูในโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งครูคนเดียวสอนหลายวิชาและหลายระดับชั้นนั้นไม่มีปัญหาเพราะเป็นครูสอนระดับประถมใช้ใบอนุญาตฯครูระดับประถมเท่านั้น
          สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนแปลงการให้ใบอนุญาตฯเพราะปัจจุบันครูมีใบอนุญาตฯใบเดียว ไม่สามารถให้หลักประกันได้ว่าผู้รับบริการจากครูจะได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพ จึงต้องแยกใบอนุญาตออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ผู้รับบริการได้มั่นใจเช่น พ่อแม่ส่งลูกเข้าเรียนอนุบาลก็จะได้มั่นใจในคุณภาพครู ขณะเดียวกันการให้ใบอนุญาตฯในกลุ่มนิสิต นักศึกษาครูโดยใช้วิธีสอบนั้นมีข้อดีโดยข้อสอบจะบอกถึงสมรรถนะคุณภาพของนิสิต นักศึกษา ช่วยยกระดับคุณภาพของคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ และเด็กสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าเรียนที่ไหน ส่วนครูเก่านั้นก็เท่ากับเป็นการช่วยให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปรับระบบบริหารงานบุคคลจัดครูผู้สอนให้ตรงกับความรู้ที่จบมา ดร.ดิเรก กล่าว

          ที่มา: http://www.komchadluek.net



โพสเมื่อ : 20 ส.ค. 53   อ่าน 10952 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ราชภัฏเบรกเพิ่มอำนาจ กกอ.คุมเปิดหลักสูตรพร่ำเพรื่อ ชี้ กม.มีพอ โปรดมั่นใจสภามหาลัย
20 ต.ค. 57 | อ่าน 424 ครั้ง
รมต.เอาจริง ย้ำกรณีสามเสน ไม่ปล่อยคนทุจริต เข้ามาทำลายระบบ
28 มิ.ย. 60 | อ่าน 379 ครั้ง
สพฐ.เตรียมให้ ร.ร.เช็คความพร้อมรับนักเรียน 13-14 ก.พ. นี้
25 ม.ค. 55 | อ่าน 55609 ครั้ง
สพฐ.ขอ4พันล้านช่วยการจ้างงาน
16 ก.ย. 58 | อ่าน 574 ครั้ง
เพิ่มน.ศ.อาชีวะ9%ปี’57ส่อแท้ง! เหตุสพฐ.แก้’ประกาศรับน.ร.’ไม่ได้ หวั่นเด็กฟ้องเสียส
01 พ.ย. 56 | อ่าน 699 ครั้ง
โครงงานบูรณาการเทพศิรินทร์การเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุด
06 ม.ค. 55 | อ่าน 12218 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.