Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’ครูใต้’




      

'ครูใต้'

 

          แม้ว่าจะผ่านวันครู 16 ม.ค.มาแล้ว แต่สำหรับใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาวันครู คือ วันที่ครูทุกคน ระลึกถึงความสูญเสียของเพื่อนร่วมวิชาชีพ และเพื่อนร่วมชะตากรรม
          เนื่องจาก 8 ปีที่ผ่าน ซึ่งเกิดความไม่สงบระลอกใหม่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้สูญเสียเพื่อนร่วมวิชาชีพครูไปแล้ว จำนวน 148 คน บาดเจ็บ และพิการ อีกจำนวนหนึ่ง
          จากสถิติตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน พบว่า เราได้สูญเสียแม่พิมพ์ของชาติไปจำนวนมาก ได้แบ่งเป็นครูผู้ชาย 78 คน และเป็นครูผู้หญิงจำนวน 21 คน
          สาเหตุแห่งความสูญเสียมาจาก การถูกยิง ถูกระเบิด ถูกทำร้ายร่างกายและเสียชีวิต และที่โหดร้ายทารุณที่สุด คือการฆ่าแล้วเผา ที่สะเทือนใจแก่คนในพื้นที่และวงการครูเป็นอย่างยิ่ง
          ครูคนแรก ที่กลายเป็น เหยื่อ สังเวยคมกระสุนของ แนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2547 คือ คุณครูใจ อินกะโผะ อาจารย์ 2 ระดับ 7 โรงเรียนศาสตร์สามัคคี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และหลังจากนั้น ชีวิตของครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็กลายเป็น ใบไม้ร่วงแต่ที่สังคมไทยจดจำได้คือการเสียชีวิตของ ครูจูหลิง ปงกันมูล หรือ ครูจุ้ย แห่งบ้านกูจิงลือปะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาสซึ่งถูกทำร้ายอย่างทารุณ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2549 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
          สาเหตุที่ครูตกเป็น เหยื่อ ของ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ขณะนี้เรียกตนเองว่า นักรบปาตอนี มาจากการที่ โรงเรียน และครู คือสัญลักษณ์ของ รัฐไทยซึ่งทุกอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของ รัฐไทย คือเป้าหมายที่ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีเจตนาในการทำลายให้หมดสิ้น
          และอีกสาเหตุหนึ่งคือ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ไม่ต้องการให้ เยาวชน ในพื้นที่ได้รับการศึกษา วิชาการภาษาไทย จากโรงเรียนของ รัฐไทย เพื่อง่ายในการควบคุมมวลชน โดยเฉพาะมวลชนที่ไม่มีความรู้ เมื่อไม่สามารถ ห้ามประชาชนในพื้นที่ ส่งบุตรหลาน ไปเรียนหนังสือตามภาคบังคับได้
          วิธีการที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนนำมาใช้ สำหรับการ ล้มล้างการจัดการศึกษาของรัฐคือ เผาโรงเรียน และ ฆ่าครู เพื่อสร้างความสูญเสีย และความหวาดกลัวให้กับครู เพื่อที่ครูจะได้หยุดสอน และขอย้ายออกจากพื้นที่
          ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ นั่นคือการล้มเหลวของรัฐ ในการจัดการศึกษา และเป็นความล้มเหลวในอธิปไตยในพื้นที่ด้วย
          เป้าหมายของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน เกือบกระทำได้สำเร็จ เนื่องจากในช่วงแรกๆ ของความสูญเสียที่ชีวิตครู กลายเป็นเหยื่อกระสุน เหยื่อระเบิด เป็น ใบไม้ร่วง ทุกครั้งที่เกิดความสูญเสีย ครูจะประกาศปิดโรงเรียน หยุดการสอน จนกว่าเจ้าหน้าที่จะสร้างความมั่นใจให้กับครู
          และนอกจากจะหยุดสอนปิดโรงเรียนแล้ว ครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังขอย้ายหนีภัยมืดจำนวนหลายพันคน และมีส่วนหนึ่งจำนวนหนึ่งพันกว่าคนที่ได้ย้ายออกจากพื้นที่ตามที่ต้องการ
          การปิดโรงเรียน การหยุดการเรียนการสอนเป็นระยะๆ และการย้ายออกจากพื้นที่ของครูจำนวนมาก ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของนักเรียนในพื้นที่ เพราะมีเวลาเรียนน้อยกว่า นักเรียนในพื้นที่อื่นๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของการจัดการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังเป็น โจทย์ ให้ทุกหน่วยงานทุ่มเทงบประมาณ และสติปัญญา ในการแก้ไข
          แต่...สิ่งที่น่ายินดี ท่ามกลางความวิกฤติ สังคมไทยยังได้เห็นโอกาส ได้เห็นถึงความร่วมมือของครูในพื้นที่ ที่วันนี้ครูได้ ซึมซับ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น และรู้เท่าทันความต้องการของขบวนการผู้ไม่หวังดี
          วันนี้แม้ครูยังเป็น เป้าหมาย ของขบวนการ แต่ครูก็ปรับตัวที่จะต่อสู้กับสถานการณ์เลวร้าย โดยที่พร้อมที่จะเป็น แม่พิมพ์ ให้กับเยาวชน...เป็น เทียน ที่ส่องสว่างเพื่อติดอาวุธทางปัญหาให้กับเยาวชน
          โดยจะเห็นได้ว่าไม่ว่า อะไรจะเกิดขึ้น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ครูใน 3 จังหวัด ไม่ตระหนกกับเหตุร้าย ไม่ปิดโรงเรียน หรือหยุดสอน และไม่ขอย้ายออกจากพื้นที่ อย่างที่เคยเกิดขึ้น
          วันนี้ครูโดยการขับเคลื่อนของ สมาพันธ์ครูภาคใต้ ที่มี บุญสม ทองศรีพราย เป็นประธานสมาพันธ์ เลือกที่จะร่วมมือกับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เลือกที่จะร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ และทุกหน่วยงาน เพื่อทำแผนคุ้มครองความปลอดภัยของครูในพื้นที่ เสี่ยงโดยมีการปรับแผนคุ้มครองครู มีการประชุมร่วมกันในทุกเดือน และทุกครั้งที่เกิดช่องว่าง และสร้างความสูญเสียให้เกิดขึ้น การที่ต่างฝ่าย ต่างเข้าใจและรู้บทบาทของตนเอง ทำให้ ขวัญ และ กำลังใจ ของครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ในระดับที่ดีขึ้นกว่าเมื่อหลายปีก่อน
          โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีความห่วงใยความเป็นอยู่ของครูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ทรงเสียสละราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างหมู่บ้านครูตามโครงการพระราชดำริขึ้นที่ ต.น้ำดำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อให้เป็นศูนย์รวมของครูในพื้นที่ เสี่ยง ที่จะได้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัย และง่ายต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย
          แม้ว่า ณ วันนี้ ชีวิตของครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังเหมือนกับ แขวนอยู่บนเส้นด้าย ที่เปื่อยผุ เพราะทุกวันของการเดินทางไปโรงเรียน และกลับจากโรงเรียน ยังต้องไปกันแบบ รวมกลุ่ม มีเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ อส.และ อื่นๆ ให้การคุ้มกัน โรงเรียนต้องมีกำลัง เจ้าหน้าที่
          การรักษาความปลอดภัย ชีวิตเป็นไปตาม ตาราง ที่ถูกวางเอาไว้ โดยขาดอิสระที่ควรจะเป็น แต่ ครู ทุกคนก็พร้อม ที่จะทำหน้าที่ เรือจ้าง ท่ามกลางความไม่ปลอดภัย ที่ไม่ทราบว่า เสียงปืนเสียงระเบิด จะเกิดขึ้นในวินาทีใดของการเดินทาง หรือ มัจจุราช จะมาเยือนในห้องเรียนเมื่อไหร่ แต่ครูทุกคน ก็พร้อมที่จะเสียสละ เพื่อนักเรียนและประเทศชาติ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ วันที่ 23 ม.ค. 2555--



โพสเมื่อ : 20 ม.ค. 55   อ่าน 89532 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สร้างเด็กกล้าคิด - ครูกล้าเปลี่ยนด้วยห้องเรียนเพาะพันธุ์ปัญญา
10 ม.ค. 57 | อ่าน 483 ครั้ง
เร่งทำมาตรฐานวิชาชีพ"ครูอาเซียน
11 ก.ค. 59 | อ่าน 302 ครั้ง
สกอ.ชี้หลักสูตรนอกเวลาของมหาลัยส่อปิดตัว ถ้าคุรุสภายกเลิกผู้บริหารรร.ไม่ต้องเรียนต่อยอด
26 พ.ค. 59 | อ่าน 276 ครั้ง
วชช.เน้นทำงานได้ทันที
01 ธ.ค. 54 | อ่าน 94614 ครั้ง
ครูเอกชนร้องช.พ.ค.ดอกโหดผ่อนหนี้เฉียด8พัน/ด.วอนออมสินใช้อัตราคงที่
07 ต.ค. 54 | อ่าน 118154 ครั้ง
มสด.รับสมัคร นศ. เพิ่มเติม 2 หลักสูตร
27 มิ.ย. 57 | อ่าน 318 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.