Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ชงรมว.ศธ.ใหม่แก้หนี้ครู 1 ล้านล้าน ผุด’เครดิตบูโร-ฐานข้อมูลหนี้’แม่พิมพ์ ชี้’สุชาต




      

ชงรมว.ศธ.ใหม่แก้หนี้ครู 1 ล้านล้าน ผุด'เครดิตบูโร-ฐานข้อมูลหนี้'แม่พิมพ์ ชี้'สุชาติ'หนุนเด็กไทยใช้ภาษาอังกฤษ

 

          เมื่อวันที่ 19 มกราคม น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยกรณีที่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการศธ.คนใหม่ ระบุให้ความสำคัญเรื่องแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ว่า ศธ.จะทำบทวิเคราะห์ข้อมูลในเรื่องนี้เพราะขณะนี้ยังไม่มีฐานข้อมูลหนี้สินครูทั้งระบบเหมือนกับเครดิตบูโร ขณะนี้ทราบว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากู้เงินจาก 4 แหล่งหลักๆคือ 1.เงินทุนหมุนเวียนแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มียอดหนี้ 1.1 พันล้านบาท ผู้กู้ 6,300 คน 2.เงินกู้กองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ยอดหนี้ 4 แสนล้านบาท ผู้กู้ 1 ล้านคน3.สหกรณ์ออมทรัพย์ ยอดหนี้ 7 แสนล้านบาท ผู้กู้ 4.6 แสนคน และ 4.สินเชื่อเพื่อพัฒนาชีวิตครู ยอดหนี้1.1 แสนล้านบาท ผู้กู้ 93,000 คน รวมหนี้สินทั้งหมด1 ล้านล้านบาท และข้าราชการครูฯ เป็นหนี้ 1.3 ล้านคน โดยข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้สรุป ดังนั้น จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำข้อมูลทั้งหมด
          ดิฉันจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.คนใหม่จัดทำเครดิตบูโรครู ว่ามีครูกู้เงินจากที่ไหนบ้าง และมีหนี้สินคนละกี่บาท โดย ศธ.จะทำฐานข้อมูลหนี้ครูให้ปัจจุบันมากที่สุด จากนั้นต้องทำงานกับแหล่งเงินกู้เช่น การให้พักชำระหนี้ อัตราดอกเบี้ยต่ำ และให้กู้ได้มากกว่าหนึ่งแห่ง เป็นต้น ทั้งนี้ พบว่าครูที่มีหนี้สินมี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีสินทรัพย์แล้วไปกู้ สามารถช่วยเหลือตนเองได้ กลุ่มที่ไม่มีสินทรัพย์แต่ไปกู้ และผ่อนกู้ได้ และกลุ่มที่หนี้สินล้นพ้นตัว ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ สุดท้ายต้องไล่ออกจากราชการ ปีละประมาณ 20 คน โดยคนกลุ่มนี้มีกว่า 10,000 คนที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ ดังนั้น เมื่อทำข้อมูลหนี้สินครูเสร็จแล้ว จะต้องหามาตรการ เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ เป็นต้น ที่สำคัญต้องเน้นให้ครูใช้จ่ายอย่างประหยัด มีน้อยใช้น้อย น.ส.ศศิธารากล่าว
          นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษากล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เข้าพบนายสุชาติอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งนายสุชาติให้ความสำคัญเรื่องการสอนภาษาอังกฤษ เห็นว่าเด็กไทยควรจะได้เรียนกับเจ้าของภาษา ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง และต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการเรียนการสอน ขณะนี้ สกศ.กำลังจัดโครงการภาษาอังกฤษกินได้ มุ่งส่งเสริมการพูด และสื่อสารภาษาอังกฤษไปยังผู้ประกอบอาชีพต่างๆ ที่ต้องใช้ภาษากับชาวต่างชาติ เช่น คนขับแท็กซี่ สามล้อเครื่อง แม่ค้าหาบเร่ และเป็นโครงการต่อเนื่องจากEnglish Speaking Year 2012 ของ ศธ. นอกจากนี้นายสุชาติยังต้องการเห็นครูอาจารย์ลดขั้นตอนการทำงานลง มีเวลาสอนหนังสือมากขึ้น และการประเมินครูจะต้องให้ง่าย ลดขั้นตอนแต่มีประสิทธิภาพ

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 20 ม.ค. 55   อ่าน 95347 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
‘สนช.-สปช.’ เสนอ รมว.ศธ.ตั้งสำนักพัฒนาหลักสูตรแห่งชาติ วางหลักสูตร ‘พื้นฐาน-อาชีวะ’
04 ส.ค. 59 | อ่าน 803 ครั้ง
ชี้ผู้ประเมินของ สมศ. ยังไม่มีออาชีพ
27 ม.ค. 58 | อ่าน 291 ครั้ง
สพฐ.สรุปยอดจอง ‘คูปองพัฒนาครู’ 2.2ล้านครั้ง
04 พ.ค. 61 | อ่าน 797 ครั้ง
นวัตกรรมอุปกรณ์จดจำ (MeM) ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการทางสายตา
04 ส.ค. 58 | อ่าน 280 ครั้ง
ประกาศกำหนดการนำนักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษาเข้ารับรางวัลพระราชทานประจำปีการศึกษา 2557
29 มิ.ย. 58 | อ่าน 227 ครั้ง
สมาคมครูไทยยื่น"ดาว์พงษ์"ปลดหนี้-แก้3พ.ร.บ.
24 พ.ย. 58 | อ่าน 273 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.