Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คำขวัญวันเด็กสู่นโยบายรัฐบาล




      

คำขวัญวันเด็กสู่นโยบายรัฐบาล

 

          สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
          ปีพ.ศ.2555 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันเด็กที่สะท้อนสภาพปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองการเน้นความเฉลียวฉลาด ความมั่นคงทางอารมณ์ การดำเนินตามวิถีชีวิตไทย และการรู้เท่าทันโลกใหม่ เทคโนโลยีทันสมัย คือสามัคคี มีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี
          ท่านได้เล่าถึงแรงบันดาลใจที่มาที่ไปของคำขวัญวันนี้ว่าเกิดจากบ้านเมืองไม่ปกติ ผู้คนแตกแยก ขาดความสามัคคี ต้องการให้เกิดความสงบสุข รู้จักใช้ความรู้ สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี คงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นไทย อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่พูดไทยคำภาษาอังกฤษคำ และต้องรู้เท่าทันโลกยุคใหม่เทคโนโลยีแห่งการเรียนรู้ควบคู่กันไปด้วย
          ท่านได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของเด็กไทยเป็นอย่างยิ่ง และได้เล่าถึงการเลี้ยงดูบุตรชายที่ดูแลว่ามีความพร้อมทั้งด้าน IQ และEQ เป็นอย่างยิ่ง
          ท่านได้ให้แนวนโยบายเด็กปฐมวัยแห่งชาติเด็กทุกคน 100% จะได้รับการศึกษาระดับนี้ถ้วนหน้ากัน มีคุณภาพ พ่อแม่เลี้ยงลูกเป็นผู้ดูแลเด็กได้รับการฝึกอบรม รัฐบาลจะลงทุนด้านนี้อย่างเต็มที่และต่อเนื่อง
          ท่านมีความปรารถนาจะให้คำขวัญวันเด็กปีนี้เป็นวันสำคัญจริงๆ ในฐานะที่เข้าร่วมประชุม
          ผู้เขียนได้ให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลว่า น่าจะนำคำขวัญวันเด็กปีนี้ให้แตกต่างจากคำขวัญวันเด็กที่ผ่านๆ มา เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนคำขวัญสู่นโยบายรัฐ
          ผู้เขียนใคร่ขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดังต่อไปนี้
          1.สามัคคีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กในเรื่องของการดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย ไม่ใช้ความรุนแรง ลดและยุติความขัดแย้งให้เกิดสันติวิธีบ้านเมืองบอบช้ำมาเพียงพอแล้ว เลิกแบ่งแยกกลุ่มสี ภูมิภาค ชนชั้นและฐานะทางสังคม นำการเมืองเข้าสู่ระบบรัฐสภา การก้าวข้ามพ้นเรื่องราวในอดีต ไม่ยึดติดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง นำการเมืองเข้าสู่การปรองดองสมานฉันท์อย่างแท้จริง ยุติชนวนที่จะนำความรุนแรงสับสนให้เกิดขึ้นอีก รัฐบาลควรจะสนับสนุนโครงการยุวประชาธิปไตยสภานักเรียน สภาเด็กและเยาวชนระดับต่างๆ องค์กรนิสิตนักศึกษา ให้กลับมาสนใจปัญหาบ้านเมืองโครงการจิตอาสา จิตสาธารณะมากยิ่งขึ้นเตรียมการสู่การจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนระดับอาเซียน เป็นต้น
          2.มีความรู้คู่ปัญญาเป็นจุดอ่อนที่สุดของเด็กไทย ความรู้ทางวิชาการโดยเฉลี่ยแทบทุก
          วิชาอยู่ในช่วง 30-50% โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษตกต่ำเหลือเพียง 15-20% เท่านั้น รัฐบาลต้องสังคายนา ปฏิรูปการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ ระบบหลักสูตรการศึกษา การวัดและประเมินผล การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนความรู้ยุคใหม่ที่เน้นการใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น วิเคราะห์ สังเคราะห์เน้นการลงมือปฏิบัติ
          เป้าหมายการศึกษาต้องเพิ่มเป็น ระบบตลาด การมีงานทำ คุณภาพ การแข่งขันและร่วมมือเด็กไทยปัจจุบัน คิดไม่เป็น ท่องจำคิดติดกรอบ มีปัญญาแต่ไม่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาเท่าที่ควร ปัจจุบัน IQ เฉลี่ยของเด็กไทยเหลือเพียง 96 เท่านั้น นอกจากนั้น ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงติดเกม ติดเน็ต เสพยาเสพติดก้าวร้าวรุนแรง หมกมุ่นทางเพศ
          รัฐบาลควรมีนโยบายทางด้านสังคมเข้มข้นขึ้น ลดวัตถุและพื้นที่เสี่ยงต่ออนาคตของเด็กไทยให้ลดลงทุกด้าน เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมายและหารัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติสนใจด้านเด็กและเยาวชนมากำกับดูแลจะดียิ่งขึ้น
          3.คงรักษาความเป็นไทยวรรคนี้นายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญและเน้นเป็นพิเศษซึ่งก็น่าเป็นห่วงจริงๆ ปัจจุบันเด็กไทยมีความเป็นไทยหลงเหลือประมาณ 30% นิยมวัฒนธรรมตะวันตก 40% คลั่งไคล้วัฒนธรรมญี่ปุ่น เกาหลี J Pop K pop อีก 30% ผู้เขียนสอบถามความเป็นไทยที่ชัดเจนคือใช้เงินไทยไหว้และพูดภาษาไทยได้ นอกจากนั้น เจือจางลงจนน่าตกใจ มองวัฒนธรรมไทย เชย ล้าสมัยตกยุค ไม่น่าสนใจ นับถือศาสนาพุทธโดยสัญชาติเท่านั้น การคงรักษาความเป็นไทยจึงต้องให้ความสำคัญภาษาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณีในลักษณะร่วมสมัยมากขึ้น สร้างคุณลักษณะและค่านิยมที่พึงประสงค์ยิ้มอย่างไทย ใจดี มีน้ำใจ ใฝ่สันติ รักความยุติธรรมผูกมิตรกับเพื่อน รักธรรมชาติ กลับมาเสริมสร้าง บ่มเพาะเริ่มแต่ในครอบครัว วิถีชีวิต การอบรมเลี้ยงดูแบบไทย เลี้ยงลูกเป็น ระบบโรงเรียนกลับสู่ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียนเพื่อเป็นรากฐานของสังคมไทยในอนาคต และอื่นๆ
          4.ใส่ใจเทคโนโลยี ในประเทศไทยปล่อยปละละเลยเรื่องเทคโนโลยีค่อนข้างมาก การใส่ใจให้ความสำคัญด้านนี้ต้องระมัดระวังรอบคอบ มิฉะนั้น เด็กจะใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ผิดวัตถุประสงค์ ส่วนใหญ่เด็กใช้เพื่อการศึกษา 20% เท่านั้น นอกนั้นนำไปใช้เรื่อง เกม เพศ พูดคุยไร้สาระ เป็นต้น
          การนำเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจำเป็นต้องมีSoft Wares ที่ดีมีคุณภาพ มีการศึกษาวิจัย การแสวงหาเทคโนโลยีจากหลายประเทศที่ประสบผลสำเร็จนำมาดัดแปลงประยุกต์กับสังคมไทยเป็นเส้นเลือดใหญ่ ใหม่ และสำคัญยิ่งต่ออนาคตคุณลักษณะของเด็กไทยทุกคน
          ถ้ารัฐบาลเอาจริง ใส่ใจกล้าลงทุน และพิถีพิถันกับหลักสูตร IT และ Soft Wares ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เด็กไทยจะมีลักษณะ มีความมั่นใจในตนเองแบบสากล แต่อ่อนน้อมถ่อมตนแบบวัฒนธรรมไทย
          คำขวัญวันเด็กปีนี้ค่อนข้างยาว ยากซับซ้อน จำไม่ง่ายนักแม้นจะมีคำคล้องจองก็ตามที อย่างไรก็ตาม คำขวัญวันเด็กก็สะท้อนสภาพปัญหาสังคม การเมือง เศรษฐกิจค่านิยมในเวลาที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี วันเด็กปีนี้และปีต่อๆ ไป อยากเห็นผู้นำประเทศนอกจากจะให้คำขวัญวันเด็กประจำปีแล้ว ท่านลองเล่าแรงบันดาลใจ ขยายความในใจ ความปรารถนาที่ต้องการให้เกิดขึ้น
          และจะดียิ่งขึ้นไปอีกช่วยปรับแปลงนโยบาย คำขวัญ สู่นโยบาย ให้เห็นเป็นแนวทางสู่การปฏิบัติเป็นรายวรรค รายความหมาย รวบยอดสู่การผลักดันของรัฐบาลเพื่อเด็กและเยาวชนต่อไปอย่าง เชื่อมโยง สร้างสรรค์และต่อเนื่องตลอดไป

 

          --มติชน ฉบับวันที่ 13 ม.ค. 2555 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 12 ม.ค. 55   อ่าน 91669 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ศธ.เล็งทำโครงการ "พรีโอดอส" ปูพื้นให้ข้อมูลนักเรียนมัธยมปลาย
16 ต.ค. 56 | อ่าน 311 ครั้ง
เสมา 1 ชะลอตั้ง ศธภ.ให้รองฯพิสูจน์การทำงาน
03 พ.ย. 60 | อ่าน 241 ครั้ง
12สถานศึกษาดีเด่นด้านดนตรี
02 ส.ค. 59 | อ่าน 686 ครั้ง
สธ.ระดมกึ๋น16ราชวิทยาลัยอัพเกรดการแพทย์
06 ต.ค. 60 | อ่าน 210 ครั้ง
คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์: 5 โมเดล "อาชีวะทวิภาคี"
21 มี.ค. 56 | อ่าน 476 ครั้ง
ชี้รัฐไทยอ่อนแอจัดการศึกษาทุกมิตินักวิชาการท้าทายรัฐจริงใจปฏิรูป-บริหารทรัพยากร
22 มี.ค. 55 | อ่าน 9612 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.