Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ม.อัสสัมชัญเสนอ 6 มาตรการภัยพิบัติทำหลักสูตรให้นร.เรียนตั้งแต่ชั้นประถม




      

ม.อัสสัมชัญเสนอ 6 มาตรการภัยพิบัติทำหลักสูตรให้นร.เรียนตั้งแต่ชั้นประถม

 

          ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรม ทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เสนอแนวคิดและมาตรการรับมือภัยพิบัติที่ค้นพบในต่างประเทศ ว่า ประการแรก เสนอให้สำนักงานสถิติแห่งชาติทำการสำรวจสำมะโนครัวเรือนในแต่ละพื้นที่ เพื่อหาความเป็นจริงของมูลค่าความเสียหายแต่ละครัวเรือน เนื่องจากสำนักงานสถิติ แห่งชาติมีความชำนาญด้านนี้ จะทำให้รัฐบาลได้ข้อมูลที่ใกล้เคียง ความเป็นจริงมากขึ้น เนื่องจากวงเงินที่ประมาณออกมาในเบื้องต้นห่างไกลกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในความทุกข์เดือดร้อนของประชาชนอย่างมาก ประการที่สอง เสนอให้ทำแผนรับมือภัยพิบัติทุกประเภทอย่างยั่งยืนเพราะภัยพิบัติมีทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติและภัยพิบัติจากการก่อการร้ายที่ประเทศไทยกำลังเป็นประเทศที่ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของขบวนการก่อการร้ายเช่นกัน เนื่องจากระบบการตรวจสอบการเข้า-ออกของชาวต่างชาติยังไม่มีประสิทธิภาพมากเพียงพอ โดยเฉพาะตำรวจไม่มีประวัติและการพิมพ์ลายนิ้วมือในระบบฐานข้อมูล ประการที่สาม ต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการวางแผนตั้งแต่ต้น รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่ใช่เจ้าภาพ หรือฮีโร่ เพื่อลดความขัดแย้งแตกแยกรุนแรงจากปัญหาภัยพิบัติ ประการที่สี่ เสนอให้มีข้อมูลข่าวสารที่แม่นยำเชื่อถือได้ และเข้า ถึงประชาชนโดยการพัฒนาประสิทธิภาพของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องร่วมมือกับสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ทั้งฟรีทีวี.และเคเบิลทีวี ทำตัววิ่งและแผนที่โดยใช้ระบบ Geographic Information System (GIS) ที่ประสบภัยพิบัติและกำลัง จะประสบภัยพิบัติทำให้ประชาชนมีข้อมูลชัดเจนประกอบการพิจารณาตัดสินใจหาที่ที่ปลอดภัย ว่า ชุมชนใด ตำบล อำเภอ และจังหวัดใดมีภัยพิบัติรุนแรงเพียงใด และอีกกี่ชั่วโมงข้างหน้าที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ใดอีก เป็นต้น ประการที่ห้า เสนอให้มีการฝึกอบรมและเพิ่มเนื้อหาด้านการศึกษาภัยพิบัติลงในหลักสูตรให้แก่นักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา สามารถสังเกตสัญญาณเตือนภัย และสามารถเอาตัวรอดได้จากภัยพิบัติทุกรูปแบบ ทั้งเพลิงไหม้ น้ำท่วมแผ่นดินไหว และการก่อการร้าย เป็นต้น ประการที่หก เสนอให้มีความร่วมมืออย่างแท้จริงทั้งรัฐบาล องค์กรไม่หวังผลกำไร และบริษัทเอกชนพิจารณาระบบรับประกันความเสี่ยงภัยพิบัติทุกรูปแบบที่ถาวรครอบคลุมทั่วประเทศ มีความรวดเร็วฉับไว และตระหนักในความรับผิดชอบ โดยไม่สร้างความเคลือบแคลงสงสัยในหมู่ประชาชนว่ามีการเลือกปฏิบัติ ทำให้เกิดความวางใจ ว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่าง เท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งน่าจะช่วยลดความตื่นตระหนกเวลาเกิดเหตุภัยพิบัติลงไปได้ และที่สำคัญรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่สร้างภาพ เพราะภัยพิบัติที่ผ่านมาจะเห็นว่าหลายครั้งข้อมูลที่ออกมาจากภาครัฐและเจ้าหน้าที่รัฐดูดี แต่ในความ เป็นจริงไม่ได้เป็นตามที่พูดหรืออยู่ในสภาวะที่เคยโจมตีผู้อื่นว่า ดีแต่พูด ทำนองเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้น่าจะนำไปใช้แก้ปัญหาและลดความเดือดร้อนของประชาชนได้ในทุกเรื่อง

 

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 09 ม.ค. 55   อ่าน 17024 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ผลสำรวจเผย 'เยาวชน' อยากร่วมแก้ปัญหาการศึกษามากที่สุด
21 ก.ย. 59 | อ่าน 270 ครั้ง
การคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสพผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ให้มีหรือ
26 ส.ค. 59 | อ่าน 547 ครั้ง
คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์: เปิดยุทธศาสตร์สอศ. นำสถานศึกษาสู่ประชาคมอาเซียน
06 ก.ย. 55 | อ่าน 1386 ครั้ง
เผย 22 ราย จ่อฟ้องศาลปค. หลังถูกออกทุจริตครูผู้ช่วย
17 มิ.ย. 56 | อ่าน 569 ครั้ง
จัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ 2558 โครงการคืนครูให้นักเรียน ครั้งที่ 1
05 พ.ย. 57 | อ่าน 597 ครั้ง
เกณฑ์ครูมืออาชีพเรียนปี 4 เกรด 3.00 สอบปรนัยวัดเจตคติ
17 พ.ค. 55 | อ่าน 2191 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.