Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


มหา’ลัยฯ ต้องสร้างกอง “ทุน” ลดความเหลื่อมล้ำ



          สุกัญญา  หาญตระกูล

          9,000 ล้านบาท ที่รัฐจัดสนับสนุนให้แก่ 9 มหาวิทยาลัยของไทย เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ปี 2553 (คิดถัวง่ายๆ ได้กันแห่งละ 1,000 ล้านบาท) ไม่ใช่เงินจำนวนมากมายอะไรนักกับภารกิจที่กำหนดไว้ มีโทษคาดไว้ คือ เมื่อครบหนึ่งปี หากมหาวิทยาลัยใดปฏิบัติตนไม่ผ่านเกณฑ์จะถูกถอดออก

          ส่วนอีก 3,000 ล้านบาท ที่รัฐจัดให้มหาวิทยาลัยอีก 69 แห่งที่ไม่ได้รับคัดเลือกเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ก็ยิ่งไม่ใช่เงินจำนวนในมากอะไรเลย (คิดถัวง่ายๆ ได้กันแห่งละประมาณ 44 ล้านบาท) งบนี้ให้นำไปวิจัยด้านธุรกิจขนาดเล็ก และงานวิจัยรูปธรรมนำไปใช้ได้จริงในการพัฒนาประเทศเน้นท้องถิ่นชุมชนเป็นหลัก ซึ่งหากทำได้หรือไม่ได้ตามเกณฑ์ คณะกรรมการอำนวยการโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งชาติไม่ได้ระบุโทษอันใดไว้

          นอกเหนือจากการที่ต้องปฏิบัติตนตามภารกิจที่ได้รับทุนจากรัฐบาล มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติที่ได้รับเลือก 9 แห่งในปีนี้ เป็นการประเดิม รวมอีก 69 แห่ง ทั้งหมด 78 แห่งนี้น่าจะได้ร่วมกันสร้างเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ เริ่มสร้างกอง "ทุน" ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วยการจัดสรรกองทุนการศึกษาอุดมศึกษาสำหรับนักศึกษาระดับมันสมองที่มาจากครอบครัวฐานะกลางๆ ระดับล่างถึงระดับยากจน ไว้ใน โครงสร้างระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนในสถาบัน เพื่อเป็นการสร้างบุคลากรระดับคุณภาพให้แก่มหาวิทยาลัย และให้ความมั่นใจแก่ครอบครัวฐานะกลางระดับล่างถึงระดับยากจนว่าหากมันสมองถึงในระดับดีมาก ก็จะได้เรียนแน่นอน

          เหตุที่ระบุและเน้นว่า กองทุนการศึกษาอุดมศึกษานี้ต้องมีอยู่ใน โครงสร้างระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนในสถาบัน ก็เพราะว่าทุนนี้จะไม่ใช่อย่างที่เราเคยทำๆ กันมา เช่น มีคณะกรรมการเฉพาะกิจชั่วครั้งชั่วคราว บางปีก็มีบางปีก็ไม่มี มีสองสามทุนการศึกษาหรือสิบทุน หรือไม่ก็ระบุเป็นจำนวนเงินเพียงเท่านั้นบาทเท่านี้บาทเพื่อช่วยเหลือ แต่ ทุนนี้ต้องมีเป็น "กอง" สำหรับรับประกันว่าบุคคลใดก็ตามจากครอบครัวฐานะกลางๆ ถึงระดับยากจน หากมันสมองถึงคะแนนถึงระดับดีมาก ทางมหาวิทยาลัยจะเป็นผู้รับผิดชอบหาทุนที่ยังขาดอยู่ให้เรียนจนได้ในปีแรก โดยจะพิจารณาเป็นรายบุคคลและเป็นรายปีตามสถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวว่าเปลี่ยนแปลงดีขึ้นหรือเลวลง ผลการเรียนเป็นอย่างไร นอกจากนั้น มหาวิทยาลัยอาจจะกำหนดจำนวนชั่วโมงงานในมหาวิทยาลัยที่ผู้รับทุนนี้ต้องไปทำงานช่วย เช่น งานห้องสมุด งานโรงอาหาร งานเอกสาร ช่วยงานวิจัยของมหาวิทยาลัย เป็นต้น

          แม้จะเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยที่จะกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ขึ้นมา แต่ทุกมหาวิทยาลัยมีอุดมคติเดียวกันที่จะพยายามทำให้การเรียนระดับอุดมศึกษา เป็นสิทธิของผู้มีมันสมองระดับดีมากสมควรได้เรียนแม้จะมาจากครอบครัวไม่ค่อยมีอันจะกิน พวกเขาจะต้อง ไม่ถูก "ลงโทษ" กลายๆ ด้วยการต้องไปเป็นหนี้รัฐ แต่จะได้ "รางวัล" ช่วยให้ได้เรียนโดยไม่ต้องสร้างหนี้ให้แก่ครอบครัวที่ฐานะไม่ดีอยู่แล้ว การต้องใช้หนี้หัวโตจะทำให้ถ่วงเวลาและยิ่งยากที่จะกอบกู้สภาพเศรษฐกิจอันด้อยของครอบครัวให้พ้นความดักดานไปได้

          ถึงเวลาแล้ว ที่มหาวิทยาลัยทั้ง 78 แห่งนี้ จะต้องริเริ่มสร้างกองทุนการศึกษาอุดมศึกษา ไม่ปล่อยให้การคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาอยู่ในสภาพอย่างที่เคยมีความเหลื่อมล้ำมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น คือ ครอบครัวใดมีเงินลูกครอบครัวนั้นก็มือยาวกว่าใครๆ มีความมั่นใจในอนาคตกว่าใครๆ ไม่ต้องเผชิญการสะสมหนี้หัวโต ฯ

          กองทุนการศึกษาอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยดังกล่าวนี้ควรจะต้องทำอย่างเป็นกิจจะลักษณะ มีแผนกบริหารจัดการเป็นกิจจะลักษณะ มีความโปร่งใส พิจารณาด้วยความเที่ยงธรรม หากการบริหารสร้างผลงานเกิดความน่าเชื่อถือ นอกจากเงินกองทุนของมหาวิทยาลัย ก็จะมีเอกชนประสงค์ร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินสนับสนุน ดังเช่นที่กระทำกันในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีรุ่นเก่าๆ อย่างเช่น ร็อกกี้ เฟลเลอร์ หรือเศรษฐีรุ่นใหม่ๆ อย่าง บิล เกตส์ หากเราสร้างช่องทางไว้ชัดเจนเช่นนี้ เศรษฐีคนไทยจะได้สร้างวัฒนธรรมเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ในสังคม ไม่คิดแต่จะใช้เงินบำรุงบำเรอบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือยเท่านั้น

          ตลอดเวลานับตั้งแต่รัฐจัดตั้งและใช้เงินภาษีจำนวนมากอุดหนุนสถาบันอุดมศึกษา ผู้ได้ประโยชน์เต็มๆ แทบจะทั้งหมด ก็คือ บุตรหลานชนชั้นกลางระดับบนและผู้มีอันจะกินทั้งนั้นและเท่านั้น บางครั้งบางคราว ก็จะมีเรื่องราวของนักเรียนยากจนสอบติดคณะแพทยศาสตร์ ติดคณะเภสัชฯ ติดคณะทันตแพทย์ ติดคณะสัตวแพทย์ ติดคณะอักษรศาสตร์ ติดคณะรัฐศาสตร์ ฯ หากไม่สละสิทธิ เพราะไม่มีเงินเรียน ก็ต้องประกาศทางหน้าหนังสือพิมพ์หาผู้อุปการะ เรื่องแบบนี้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ควรจะรู้สึกอาย และจัดหาทางออกไว้รองรับอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ในโครงสร้างระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาให้รู้กันทั่วได้แล้ว เด็กจากครอบครัวไม่ค่อยมีอันจะกินจะได้มีกำลังใจ มีจุดหมาย และเป็นการเริ่มสร้างคุณค่าแห่งสังคมเสมอภาพที่ชาติกำเนิดฐานะเศรษฐกิจมิใช่เป็นอุปสรรคที่จะทำให้ผู้มีมันสมองถึงคะแนนถึงไม่ได้เข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษา หรือว่าต้องเป็นหนี้กองทุนกู้ยืมของรัฐจนหัวโตเท่านั้น จึงจะได้เรียน

          นอกจากนั้น สำหรับครอบครัวที่พ่อแม่หัวหน้าครอบครัวยังไม่เคยได้เรียนถึงขั้นอุดมศึกษา หรือว่ายังไม่มีพี่น้องในครอบครัวคนใดเลยที่ได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ข้อนี้น่าจะเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษา ตลอดจนการรับทุนจากกองทุนการศึกษาอุดมศึกษา เช่น ในระหว่างนักเรียนที่สอบได้คะแนนเท่ากันและจำเป็นต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง ผู้สมควรได้รับเลือก คือ ผู้ที่พ่อแม่หรือพี่น้องยังไม่เคยได้เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษามาก่อน

          ความจนดักดานก็ดี การไร้การศึกษาระดับอุดมศึกษาดักดานก็ดีในหมู่ประชาชนพลเมือง เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยของรัฐต้องแสดงเจตจำนงและวิถีปฏิบัติที่จะต้องช่วยแก้ไข ผ่อนหนักให้เป็นเบา และสร้างคุณค่านี้ให้แก่ผู้ได้รับการศึกษาระดับอุดมศึกษาทุกคน

          การวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ได้การยอมรับระดับโลกนั้น มหาวิทยาลัยต้องสามารถทำได้ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคม ดังเช่นหลายมหาวิทยาลัยชั้นนำในโลกก็ได้กระทำมาเป็นตัวอย่าง จะเป็นการมือถือสาก ปากถือศีลด้วยซ้ำไปที่ถ้าหากมหาวิทยาลัยในไทยสร้างผลงานมีชื่อเสียงว่าช่วยเหลือสังคมโลก แต่กับสังคมเล็กๆ ของตนเองในประเทศกลับคิดน้อยไปหน่อย มือเบาไปนิดที่จะแบ่งเงินมาเป็นกองทุนที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ

 

          ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com


โพสเมื่อ : 21 ม.ค. 54   อ่าน 8898 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มนุษย์เงินเดือนเฮ! จ่อลดภาษีบุคคล คลังชงครม.-รายได้ต่ำ3หมื่นไม่ต้องเสีย
07 ม.ค. 59 | อ่าน 348 ครั้ง
ศธ.ระดมจิตอาสา7,500คน ฟื้นฟูภาคใต้หลังน้ำลด
10 ม.ค. 60 | อ่าน 367 ครั้ง
สกสค.เล็งรื้อมติบอร์ดกองทุนเงินสนับสนุนฯใหม่
12 ต.ค. 60 | อ่าน 576 ครั้ง
’ชัยพฤกษ์’ชี้รวมอาชีวะเล็กเป็นสถาบันสร้างช่างฝีมือ
24 ก.ค. 55 | อ่าน 853 ครั้ง
ทปอ.เร่งวิจัยแก้ปัญหาแอดมิชชั่น
02 ก.ย. 56 | อ่าน 504 ครั้ง
ครูไทยช็อก พบเด็กมัธยมติดไพ่-ไฮโล-หวยใต้ดิน งอมแงม ทัศนคติเล่นพนันแล้วรวย
21 ก.ย. 58 | อ่าน 394 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.