Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: สยามรัฐผลัดใบ: จาก’ปีใหม่’สู่’วันเด็ก’ถึง’วันครู’...




      

คอลัมน์: สยามรัฐผลัดใบ: จาก'ปีใหม่'สู่'วันเด็ก'ถึง'วันครู'...

 

          รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
          อีกเพียงไม่กี่วันปี กระต่ายทอง2554 ก็จะผ่านพ้นไป และเข้าสู่ปี มังกรน้ำ 2555 และเมื่อเข้าสู่ปีใหม่แล้ว ก็จะเป็นการเริ่มต้นของวันสำคัญต่างๆ ที่แวะเวียนมาบรรจบครบรอบปี โดยวันสำคัญในลำดับแรกของปีที่หลายคนคงไม่อาจละเลยได้ คงหนีไม่พ้น วันเด็ก และวันครู.
          สาเหตุสำคัญที่ทำให้สังคมไม่อาจละเลยวันสำคัญดังกล่าว เนื่องจาก เด็กเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต เป็นตัวจักรสำคัญต่อการพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคง หากเด็กมีคุณภาพอนาคตของชาติก็น่าจะเจริญรุ่งเรือง แต่หากเด็กไร้ซึ่งคุณภาพอนาคตของชาติก็น่าจะยากที่อยู่รอด
          เมื่อเด็ก มีความสำคัญต่อประเทศชาติ การจัดงานวันเด็ก เพื่อส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก และกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงความสำคัญของตนเอง จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในเชิงจิตวิทยา จากเหตุผลดังกล่าวทำให้นายวี เอ็มกุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิการเด็กระหว่างประเทศได้จุดประกาย ให้เกิดการจัดงานวันเด็กแห่งชาติในเมืองไทย
          งานวันเด็กครั้งแรกถูกจัดขึ้นในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ.2498 และได้จัดติดต่อกันมาเป็นประจำทุกปีจนกระทั่งพ.ศ.2506 จึงมีความคิดว่าควรเปลี่ยนไปจัดงานวันเด็ก ในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงที่พ้นจากฤดูหนาว และเป็นวันหยุดราชการทำให้เกิดความสะดวกยิ่งขึ้น แต่ในปีพ.ศ.2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทันจึงเริ่มจัดในปี พ.ศ.2508 ซึ่งถือเอาวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เป็นวันเด็กแห่งชาติมาจนถึงปัจจุบันนี้
          ธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับ วันเด็ก ที่ถือปฏิบัติกันมาทุกปีนั้น ก็คือ การที่นายกรัฐมนตรีมอบคำขวัญวันเด็ก อันเป็นแนวทางให้เด็กทุกคนได้ปฏิบัติตาม โดยคำขวัญวันเด็กที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย มอบคำขวัญ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2555 คือสามัคคีมีความรู้คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี
          คำขวัญวันเด็กดังกล่าวไม่ได้เป็นแต่แนวทางปฏิบัติของเด็กเพียงเท่านั้น แต่เป็นแนวทางปฏิบัติของ ครู เพื่อใช้ในการพัฒนาเด็ก ซึ่งการพัฒนาเด็กตามแนวทางดังกล่าว ย่อมเป็นการทำให้ได้ทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพ แต่กว่าจะได้มาซึ่งทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดนั้น จำเป็นต้องอาศัย ครู ที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการถ่ายทอด
          เมื่อเป็นเช่นนั้น ครู จึงถือเป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคมไทยเนื่องจากเป็นวิชาชีพที่มีบทบาทหน้าที่ในการผลิตทรัพยากรมนุษย์อันเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่สุดของสังคม ดังนั้น16 มกราคมของทุกปี คือวันครู วันที่ตอกย้ำให้สังคมได้เห็นและให้ความสำคัญแก่ครู อาชีพที่เสียสละและมุ่งมั่นในการสร้างเด็ก และเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ เพราะครูคือ ผู้อบรมสั่งสอน ผู้ถ่ายทอดความรู้ ผู้สร้างสรรค์ภูมิปัญญา และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและประเทศชาติ...
          จากความสำคัญของ ครู ทำให้การจัดงานวันครูได้ถูกจุดประกาย ขึ้น ในปี2499 จากการคำกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศของ จอมพล ป. พิบูลสงครามอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งกล่าวว่า เนื่องจากผู้เป็นครูมีบุญคุณเป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย
          จากแนวคิดดังกล่าวกอปรกับความคิดเห็นของสังคมที่เห็นว่าครูมีความสำคัญนั้น ล้วนเป็นสิ่งที่ผลักดันให้เกิดการจัดตั้งวันครูเพื่อให้เป็นวันแห่งการรำลึกถึงบุญ
          คุณและเห็นถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นอันมาก จึงทำให้ในปี พ.ศ. 2500 ได้มีการประกาศให้วันที่ 16 มกราคมของทุกปีเป็นวันครู
          ในส่วนของแนวทางของการจัดงานวันครู ในวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555 มีแก่นสาระการจัดงาน คือครูดี ตามรอย...พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระลึกถึงพระคุณครูบูรพาจารย์ เพื่อส่งเสริมเชิดชูเกียรติวิชาชีพครู
          เพื่อส่งเสริมความร่วมมือ ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพ
          ทางการศึกษากับประชาชนในการพัฒนาการศึกษาของชาติและสังคม เพื่อธำรงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ และเพื่อส่งเสริมให้ครูนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมการจัดงานวันครู
          ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ คือ ความเป็นมาของวันเด็กและวันครู อีกหนึ่งวันสำคัญหลังเทศกาลปีใหม่ที่สังคมไม่ควรมองข้ามเพราะหลังจากที่คนในสังคมต่างเฉลิมฉลองกับวันปีใหม่อย่างมีความสุข ก็ไม่อยากให้ละเลยวันเด็กที่กำลังจะตามมา รวมถึง
          วันครูที่กำลังตามมาติดๆ
          สุดท้ายคงต้องถึงบทสรุปที่ว่าขณะที่สังคมกำลังตระเตรียม และตั้งหน้าตั้งตารองานเลี้ยงฉลองปีใหม่อย่างตั้งใจ ก็อยากให้เหลียวหน้าแลหลังที่จะตระเตรียมงานวันเด็ก เพื่อให้เด็กได้มีความสุขอย่างต่อเนื่องแล้วอยากให้มองข้ามไปถึงการหวนระลึก
          ถึงพระคุณครูโดยการแวะเวียนเยี่ยมเยียนครู ด้วยแล้ว ย่อมทำให้ ครู จำนวนไม่น้อยรู้สึกเป็นปลื้มกับความสุข และการแสดงความกตัญญูของลูกศิษย์ลูกหา
          หากเทศกาล วันปีใหม่ สู่ วันเด็กถึง วันครู ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องก็คงทำให้ปีใหม่ 2555 เป็นปีใหม่แห่งความสุขของคนทุกเพศ ทุกวัย หรือความสุขแบบต่อเนื่องอย่างแท้จริง
          และทำให้ปี 2555 เป็นปีแห่งเสียง555 อย่างแน่นอน..!!

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 29 ธ.ค. 54   อ่าน 125284 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ไฟเขียวเกณฑ์ใหม่เลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ-เชี่ยวชาญเอื้อครูมีผลงานเด่นระดับชาติ
06 ม.ค. 54 | อ่าน 11056 ครั้ง
เตือนเด็กไทย หิ้วกระเป๋านร.หนักเกินตัว อาจหกล้ม กล้ามเนื้ออักเสบ
04 มิ.ย. 61 | อ่าน 256 ครั้ง
’ชินภัทร’ค้านยุบ’องค์กรหลัก’เป็นกรม ชง2ทางเลือกปรับเขต’ประถม-มัธยม&rsq
07 ธ.ค. 54 | อ่าน 55575 ครั้ง
ทิพยประกันภัย แจงรับประกันเงินกู้ครู
08 มิ.ย. 58 | อ่าน 438 ครั้ง
ตั้งกรรมการระดับชาติคุมผลิตครู หลังล้นตลาดชี้ปี 58 ผลิต 6 หมื่นเกษียณปีละ 2 หมื่น
02 พ.ค. 57 | อ่าน 702 ครั้ง
คอลัมน์: การศึกษา: คลอด 8 กฎเหล็ก...คุมรับน้อง ’โหด-พิสดาร’
25 พ.ค. 55 | อ่าน 1970 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.