Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ปลัด ศธ.เตรียมตั้งคณะทำงานรวบรวมประมวลผลงานวิจัย และข้อเสนอแนะด้านการศึกษา




      

ปลัด ศธ.เตรียมตั้งคณะทำงานรวบรวมประมวลผลงานวิจัย และข้อเสนอแนะด้านการศึกษา

 

          น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ศธ.เตรียมตั้งคณะทำงานเพื่อสานงานตามที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบหมายไว้ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผานมา ซึ่งนายกฯ ได้มอบหมายไว้หลายเรื่อง โดยเรื่องแรกต้องการให้ศธ. รวบรวมผลการวิจัย วิเคราะห์และข้อเสนอแนะต่าง ๆเกี่ยวกับด้านการจัดการศึกษา แล้วนำมาประมวลผลหาข้อสรุป ซึ่งประเด็นที่นายกฯสนใจ อาทิ เรื่องหลักสูตร การจัดการเรียนการสอนอย่างไรให้มีคุณภาพ การพัฒนาคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ประเด็นที่ 2 รัฐจะร่วมมือกับเอกชนจัดการศึกษาอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงศธ.จะร่วมงานกับหน่วยงานอื่นอีก 8 กระทรวง ที่มีสถานศึกษาในสังกัด ว่าจะร่วมมือกันอย่างไร เพื่อจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ และเป็นในทิศทางเดียวกัน ประเด็นที่ 3  หาสาเหตุที่นักเรียนออกกลางคัน หรือสาเหตุที่นักเรียนไม่เข้าสู่ระบบการศึกษา ทำอย่างไรให้คนไทยเรียนรู้ต่อเนื่องตามอัธยาศัย โดยนายกฯได้ให้เวลา ศธ.ทำการบ้าน 1 เดือน

          ปลัด ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นศธ.เตรียมที่จะประสานงานกับหน่วยงานอื่น ทำไลฟ์ ไซเคิล ตามที่นายกมอบหมาย  โดยเป้าหมายของนายกฯต้องการให้คนไทยรู้ตัวเองว่าวงจรชีวิตของตัวเองตั้งแต่แรกเกิด มีสิ่งที่จำเป็นต้องทำเรื่องใด ในช่วงวัยใดบ้าง เช่น ต้องฉีดวัคซีนเมื่อไหร่ ต้องเกณฑ์ทหารเมื่ออายุเท่าไหร่ เป็นต้น

          น.ส.ศศิธารา กล่าวอีกว่า ในส่วนของศธ. จะรับผิดชอบทำไลฟ์ไซเคิลด้านการศึกษา เพื่อกำหนดให้ชัดเจนว่าเด็กวัยไหนควรจะมีทักษะอะไร เช่น ป.1-ป.2 ต้องเริ่มรู้จักทักษะการช่วยเหลือตัวเอง รวมถึงต้องรู้ว่า เด็กควรจะเข้าเรียนในระดับชั้นต่าง ๆเมื่ออายุเท่าไหร่ เช่น อายุ 12 ขวบ ต้องจบ ป.6 อายุ 13 ขวบต้องเข้าม.1 เป็นต้น ซึ่งเมื่อศธ.ได้ทำไลฟ์ไซเคิลในส่วนของศธ.เรียบร้อยแล้ว ก็จะนำไปผนวกรวมกับไลฟ์ไซเคิลด้านสุขอนามันของกระทรวงสาธารณสุข ที่ทำไว้แล้ว รวมถึงข้อมูลของกระทรวงอื่น ๆ มาเพิ่มเติม เมื่อทำตรงนี้เสร็จสิ้นแล้ว จะทำให้คนไทยรู้ตัวว่า ควรจะทำอะไรในช่วงอายุเท่าไหร่

          ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า  นายกฯ ต้องการทำไลฟ์ ไซเคิล รวบรวมสิ่งที่แต่ละคนต้องทำตั้งแต่แรกเกิดในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่ด้านสุขอนามัย การศึกษา หรือเรื่องอื่น ๆ   จากนั้น ให้ทำเป็นสมุดประจำตัวในทำนอง สมาร์ทการ์ด หรือ Smart Card เพื่อให้คนไทยรู้ว่า ต้องทำอะไรเมื่อช่วงใด และลงบันทึกไว้ว่าได้ทำแล้วหรือไม่

          ขณะที่นายเอกนก เพิ่มเสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานปี 2555 ของสกศ. ว่า ในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายสำคัญให้ ศธ.ดำเนินการหลายประการ โดยสิ่งสำคัญคือต้องเริ่มทำคือ วางอนาคตทางการศึกษาของประเทศว่าจะไปในทิศทางใด  โดยจะเริ่มแก้ปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ก่อนคือ เมื่อประเทศไทยจะต้องเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะทำอย่างไร ขณะเดียวกันการเรียนการสอนก็ต้องปรับให้เป็นการแบบที่มีการตอบโต้ มากกว่าการจดอย่างเดียว นอกจากนั้นสกส. กำลังดำเนินการตามที่นางสาวยิ่งลักษณ์ มอบให้ศธ.ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดทำบัตรประจำตัว หรือ สมาร์ทการ์ดบันทึกข้อมูลด้านต่าง ๆ ของเด็กตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งทางศธ.ได้มอบให้สกศ.มาศึกษารายละเอียด และความเป็นไปได้อีกครั้ง

          เป้าหมายที่จะทำสมาร์การ์ดให้เด็กตั้งแต่แรกเกิด เพราะต้องการสร้างระบบติดตามตัวเด็กตั้งแต่เกิด จนกระทั่งโต เพราะปัจจุบันมีเด็กในวันเรียน 5-21 ปี จำนวน 16 ล้านคน แต่พบว่าเข้าเรียนจริง 14 ล้านคน และไม่รู้ข้อมูลว่าเด็กที่หายไป 2 ล้านคนไปอยู่ที่ไหน ซึ่งคาดการณ์ว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นแด็กด้อยโอกาส แต่หากมีการทำสมาร์การ์ดให้เด็กแต่แรกเกิดแล้ว ก็จะทำให้เราตามตัวเด็กได้นายเอกนกกล่าว

          นายอเนกกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ นายกฯยังได้เน้นย้ำให้มีการพัฒนา และยกฐานะครู โดยหลังจากนี้อาชีพครูจะต้องไม่ใช่ตัวเลือกสุดท้ายที่นักศึกษาจะเลือกเรียน ขณะเดียวกันจะต้องหาครูพันธุ์ใหม่ มีใจรักในอาชีพครู และจะต้องมีการอบรมครูตลอดเวลา เพื่อเพิ่มเสริมทักษะเรื่องใหม่ๆ นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับครูแนะแนวที่จะช่วยเหลือเด็กในทุกด้าน ไม่เฉพาะเรื่องการเรียนเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบันครูแนะแนวถูกลดความสำคัญลง จึงถึงเวลาที่จะต้องมาฟื้นความสำคัญของครูกลุ่มนี้ และที่สำคัญในปี 2555 สกศ. จะส่งเสริมการใช้ภาษาไทยอย่างจริงจัง เพราะเป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสำคัญ โดยจะให้จัดกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมภาษาไทย เช่นการคัดลายมือ เป็นต้น รวมถึงส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่านเพิ่มขึ้น

 

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 23 ธ.ค. 54   อ่าน 96991 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ควัก 500 ล้าน นำเข้าครูฟุดฟิดภาษารับอาเซียน
14 มี.ค. 55 | อ่าน 10368 ครั้ง
สช.คัดร.ร.เอกชนต้นแบบ
08 ก.ค. 56 | อ่าน 443 ครั้ง
ส่อเลิกจ้างครูเอกชนหลายพัน หลังเปิดเทอม7วันน.ร.แห่ออกครึ่งหมื่น รร.อีสานอ่วมสุดจ่อยุบ-จี้สช.ช่วยด่วน
07 มิ.ย. 61 | อ่าน 201 ครั้ง
สพฐ.พัฒนา3กลุ่มเป้าหมาย
23 ธ.ค. 56 | อ่าน 395 ครั้ง
จี้ศธ.รับมือเปิดเทอม2/54 ห่วงม.6กระทบเข้ามหา’ลัย
04 พ.ย. 54 | อ่าน 67827 ครั้ง
ศธ.เล็งลดโครงการสวัสดิการสร้างหนี้ครู
08 ก.ค. 58 | อ่าน 446 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.