Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


โพลร.ร.ดังค้านแจกแท็บเล็ตป.1 สช.ตั้งสเปก’ความจำ10GB’




      

โพลร.ร.ดังค้านแจกแท็บเล็ตป.1 สช.ตั้งสเปก'ความจำ10GB'

 

          เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม นายชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.)เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้นำคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตของบริษัทเอกชนที่นำตัวอย่างมานำเสนอ มาทดสอบประสิทธิภาพของแท็บเล็ตที่ได้ใส่เนื้อหา 8 กลุ่มสาระในระดับชั้น ป.1 พร้อมแบบฝึกหัดพบว่า ภาพรวมประสิทธิภาพ ตลอดจนจุดเด่นจุดอ่อนแตกต่างกัน บางบริษัทมีการนำแอนิเมชั่นมาใส่ไว้ทำ ให้ไม่น่าเบื่อ จากการทดสอบดังกล่าว สช.กำหนดสเปกเบื้องต้น ดังนี้ระดับชั้น ป.1 แท็บเล็ตจะต้องมีหน่วยความจำไม่ต่ำกว่า 10 กิกะไบต์ (GB) สามารถเชื่อมโยงระบบ Cyber Home สามารถเชื่อมต่อด้วยระบบ wi-fi มีระบบสัมผัส มีระบบซูมอินซูมเอาต์ในจอ มีความเร็วของเครื่องในระดับที่ดี และมีเนื้อหา (Content)ที่น่าสนใจ ส่วนโรงเรียนก็ต้องมีความพร้อมเช่น ครูพร้อม มีจอแอลซีดีขนาดใหญ่ที่จะเชื่อมต่อแท็บเล็ตของครูในห้องเรียนเพื่อความสะดวกในการเรียนการสอน โดยจะเสนอรายละเอียดต่อ น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)
          การจัดซื้อจัดจ้างที่คาดว่าจะเริ่มระหว่างมกราคม-กุมภาพันธ์ 2555 นั้น จะต้องรอนโยบายจาก ศธ.ว่าจะให้ดำเนินการจัดซื้อรวมทั้งหมด 1.2 แสนกว่าเครื่อง หรือจัดซื้อแยกเป็นรายโรงเรียน ส่วนการอบรมเตรียมความพร้อมครูจะเริ่มช่วงเมษายน เพื่อให้ทันการจัดสรรแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้น ป.1 ช่วงเปิดเทอมวันที่ 17 พฤษภาคม นายชาญวิทย์กล่าว และว่า โรงเรียนที่ได้รับแท็บเล็ตชั้นป.1 ในภาคเรียนที่ 1/2555 จะไม่ได้รับการจัดสรรหนังสือเรียน ซึ่งจะต้องรอนโยบายของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ว่า จะนำงบที่เหลือไปใช้ในส่วนใด โดย สช.มีงบจัดซื้อหนังสือเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาและงบอุปกรณ์การเรียนการสอนประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท อย่างไรก็ตาม การจัดสรรแท็บเล็ตให้นักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.2-ม.6 นั้น นอกจากถามความพร้อมของโรงเรียนแล้ว ต้องสอบถามความต้องการของผู้ปกครองด้วย
          ด้านนายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ เปิดเผยว่า ตนได้สำรวจความเห็นต่อการแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนชั้น ป.1 กับกลุ่มตัวอย่าง 407 คนจากนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ครูและผู้ปกครอง โดยการสัมภาษณ์พบว่า 94.10% ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่าเด็กเกินไป ไม่จำเป็นและยังไม่ควรใช้ และการนำมาใช้จะสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์ขณะที่พฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ พบว่าใช้เพื่อการบันเทิงถึง 74.88% ของเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด ส่วนใหญ่เล่นเกมและเฟซบุ๊ก ส่วนการใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้ามีเพียง 24.12% ของเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 21 ธ.ค. 54   อ่าน 71315 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
นายกฯห่วงเด็กรุ่นใหม่จดบันทึกไม่เป็น
17 ก.ค. 60 | อ่าน 356 ครั้ง
เปิดตัวสื่อสร้างสรรค์การศึกษา ตั้งเป้าพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครูไทย
22 ม.ค. 57 | อ่าน 532 ครั้ง
เสมา 1 ชง คสช.ใช้มาตรา 44 คุม 2 มหาวิทยาลัยดัง
29 ก.ย. 59 | อ่าน 506 ครั้ง
“ธีระเกียรติ” ขอใช้มาตรา 44 ตั้งสถาบันคุรุพัฒนา
25 ธ.ค. 60 | อ่าน 10180 ครั้ง
สพฐ.เข้มรับ ’ม.4’ เกรดต้อง 2.00 ขึ้น
23 ส.ค. 55 | อ่าน 1082 ครั้ง
สพฐ.ร่อนหนังสือ วอนเขตพื้นที่ชะลอตั้ง ผอ.รร.
22 ต.ค. 57 | อ่าน 640 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.