Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เปิดเสรีทางการศึกษา บทพิสูจน์ ’เสร็จนาฆ่าโคคึก’




      

เปิดเสรีทางการศึกษา บทพิสูจน์ 'เสร็จนาฆ่าโคคึก'

 

          ดูเหมือนกระแสของการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน กำลังกลายเป็นประเด็น ฮอต อย่างสุด ๆ ในสังคมขณะนี้ ซึ่งการที่สังคมไทยมีความตื่นตัวกับเรื่องนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะเท่ากับเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า และเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ก็เนื่องมาจากเหตุผลหลายประการประการแรก ประเทศไทยได้ประกาศ ปฏิญญาสากลต่อชาวโลกก่อนหน้านี้ในทำนองว่าจะสร้างคนไทยให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีพุทธศักราช 2558  2. ทุกประเทศทั่วโลกจะต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกยุคใหม่ โดยเน้นในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นหลัก  3. ที่ผ่านมาประเทศไทยต้องจมปลักอยู่กับ หลุมดำ ของปัญหาทางด้านการเมืองมาอย่างยาวนาน จนทำให้ไม่สามารถพัฒนาประเทศได้อย่างที่ควรจะเป็น  และ  4. เรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมในการขับเคลื่อน

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงจะต้องออกแรงผลักดันให้ประเทศไทยก้าวผ่านไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนให้ได้ แม้จะเหลือระยะเวลาในการดำเนินการอีกไม่มากก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลนี้ควรจะต้องรีบกระทำคือ เร่งจัดหาเจ้าภาพเพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการประสานและขับเคลื่อนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นระบบ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการสร้างคนให้ประเทศชาติ ก็ควรที่จะกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการสร้างเด็กให้มีคุณภาพตามที่ต้องการทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว พร้อมทั้งกำหนดให้เรื่องดังกล่าวเป็น วาระแห่งชาติ อย่างเร่งด่วน เพราะนอกจากจะเป็นการปลุกกระแสคนไทยให้เข้ามามีส่วนร่วมแล้วยังจะทำให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติของทุกภาคส่วน

          ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ศธ. ก็จะต้องมีการจัดระเบียบการศึกษาใหม่ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการขับเคลื่อน เริ่มตั้งแต่การแก้ปัญหาขาดแคลนครู, ทำให้ครูได้สอนตรงตามวิชาเอกที่เรียนมา, หลักสูตรจะต้องสอดคล้องกับสังคมยุคใหม่, การคืนไม้เรียว, การปรับแนวทางการเรียนการสอนวิชาภาษาไทย โดยจะต้องเน้นให้เด็กอ่านแบบสะกดคำ ประสมคำ รวมทั้งได้รู้ถึงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ไทย ฯลฯ และที่สำคัญคือเน้นการสอนให้เด็กรู้จักการคิด วิเคราะห์ สังเคราะห์และแก้ปัญหาเป็น, การสอนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม การเรียนภาษาอังกฤษและภาษาจีนอย่างเข้มข้น และที่สำคัญคือการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับหลักสูตร เป็นต้น  เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างเยาวชนไทยให้มีคุณภาพทั้งสิ้น

          จะว่าไปแล้วการที่ประเทศไทยจะต้องเร่งสร้างคนให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างยั่งยืนก่อนปี 2558 แม้จะถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นก็จริง แต่ก็ควรที่จะคำนึงถึงผลกระทบอื่น ๆ ที่จะตามมาอย่างรอบด้านด้วย เพราะทุกอย่างในโลกนี้เปรียบเสมือน เหรียญสองด้าน อยู่เสมอ เมื่อมีด้านบวกก็ย่อมมีด้านลบ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องกระทำอย่างรัดกุมและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะเหตุว่าหลังการเกิดเป็นประชาคมอาเซียนขึ้นมาแล้วจะทำให้ตลาดการศึกษาทุกระดับในอาเซียนถูกเปิดออกอย่างเสรี โดยเฉพาะสถานศึกษาในประเทศไทยทุกสังกัดที่ยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ ที่มีอยู่เกือบ 30,000 แห่งทั่วประเทศนั้นก็คงจะมีโอกาสล้มครืนลงอย่างไม่เป็นท่า หากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยังเพิกเฉยไม่หามาตรการใด ๆ มารองรับ สุดท้ายก็คงเหลืออยู่แต่เพียงสถานศึกษาที่มีความพร้อมที่มีอยู่เพียงไม่กี่พันแห่งเท่านั้นที่ยังจะสามารถยืนอยู่ได้กระแสความตื่นตัวของการเปิดเสรีทางการศึกษาที่จะถาโถมเข้าสู่ตลาดการศึกษาไทยในอีกไม่นาน หากมองในแง่ดีก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้สถานศึกษาของไทยต้องเร่งพัฒนาตนเองเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่ส่วนบนของยอดคลื่น แต่ในทางกลับกันเกลียวคลื่นที่สาดซัดมาด้วยความรุนแรงนี้ก็พร้อมที่จะม้วนเอาการศึกษาที่อ่อนแอให้ถูกกลืนหายสาบสูญไปได้ด้วยเช่นกัน

          กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้การนำของนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล น่าจะต้องมองเห็นถึงปัญหาใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาทำลายล้างสถาบันการศึกษาของบ้านเราในอีกไม่ช้า ซึ่งปัจจุบันต้องยอมรับว่ายังมีสถานศึกษาทั้งของรัฐและของภาคเอกชนอีกหลายหมื่นแห่งที่ยังตกอยู่ในสภาพเสมือนคนไข้ที่ป่วยนอนซม บางแห่งอาการหนักถึงขั้น โคม่า อันเนื่องมาจากผลกระทบของปัญหารอบด้านทั้งเศรษฐกิจ การเมืองหรือสังคม ที่โหมกระหน่ำเข้าใส่มาก่อนหน้านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

          โดยเฉพาะในส่วนของสถานศึกษาเอกชน ที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ มาโดยตลอด ทั้งจากปัญหาทางด้านการเมือง ผสมผสานไปกับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนฟรี, การที่บุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์จำนวนมากลาออกไปสอบบรรจุเป็นข้าราชการ, การเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเสียค่าแป๊ะเจี๊ยะเพื่อแลกกับการให้บุตรหลานได้เข้าเรียน หรือแม้แต่การจะเพิ่มค่าตอบแทนให้ผู้ที่จบปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท เป็นต้น คงถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องหันกลับมาเหลียวแลการศึกษาเอกชนอย่างจริงจังเสียที ควรหาทางช่วยเหลือให้สถานศึกษาเหล่านั้นสามารถอยู่รอดได้ เพราะหากปล่อยให้สถานศึกษาเอกชนกว่า 4,000 แห่งทั่วประเทศต้องต่อสู้เพียงลำพังจนต้องปิดตัวเองในที่สุด ในขณะที่สถานศึกษาของรัฐเองก็ไม่สามารถรองรับนักเรียนที่มีอยู่นับล้านคนได้ทั้งหมด และผู้ปกครองเองก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนราคาแพงลิบลิ่วให้แก่สถานศึกษาดี ๆ ได้ ถามว่ากระทรวงศึกษาธิการจะแก้ปัญหานี้

          อย่างไร เด็กนักเรียนที่ไม่มีที่เรียนอาจต้องกลายสภาพเป็นเสมือนสารตกค้าง รวมทั้งบุคลากรอีกไม่น้อยที่ต้องตกงาน ทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาสถานศึกษาเอกชนนอกจากจะเป็น ยอดขุนพลในการร่วมสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้แก่ประเทศชาติแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้เด็ก ๆ ทุกคนได้มีที่เรียน ดังนั้นหากผู้มีอำนาจทั้งหลาย เมื่อเห็นปัญหาใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นกับสถานศึกษาเอกชนแล้วไม่คิดหาทางแก้ไข และปล่อยให้แนวร่วมที่เคยเป็นพลังสำคัญในการร่วมพัฒนาเยาวชนของชาติต้องล้มหายตายจากไปต่อหน้าอย่างไม่รู้สึกรู้สาแล้วก็คงไม่ต่างอะไรกับสุภาษิตที่ว่า เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล นั่นเอง.

          สายธาร  สืบพัฒนา

 

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 16 ธ.ค. 54   อ่าน 19047 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.ชง คปภ.เปิดรับสมัครครูผู้ช่วย ก.ค.นี้
31 พ.ค. 59 | อ่าน 682 ครั้ง
กศน.ร่วมมือ ก.พลังงาน
26 มิ.ย. 57 | อ่าน 366 ครั้ง
สอศ.สแกนเข้มสอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ
30 พ.ค. 59 | อ่าน 337 ครั้ง
สสวท. เปิดอบรม GSP 5.06 แบบออนไลน์ ฟรี
05 ต.ค. 59 | อ่าน 645 ครั้ง
ชงครม.ขอคืน 2 หมื่นอัตราเกษียณ ปี’56-58 หวังแก้ปัญหาขาดแคลนครู ชี้กว่า 1,200 ร.ร.ไร้แม่พิมพ์ขั
09 ส.ค. 55 | อ่าน 1022 ครั้ง
ขรก.เฮ!ครม.ไฟเขียวปีละ4.5พันล. ปรับเพิ่มค่าเช่าบ้านให้
13 ก.ย. 60 | อ่าน 371 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.