Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ขับเคลื่อนคู่ขนาน...จับกระแส ’ปฏิรูปศึกษารอบสอง’ ระดมสมองต่อเนื่อง




      

ขับเคลื่อนคู่ขนาน...จับกระแส 'ปฏิรูปศึกษารอบสอง' ระดมสมองต่อเนื่อง

          จุฬาลักษณ์ ภู่เกิด

          ทันทีที่คณะรัฐมนตรีใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะได้ ผ่าน ข้อเสนอ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติชงเสนอผ่าน กระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 โดยกำหนด 4 เป้าหมายให้คนไทยจะต้องมีคุณภาพการศึกษาที่ได้มาตรฐานสากล มีการใฝ่รู้ใฝ่ดี คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น โดยกำหนด20  ตัวบ่งชี้ให้ได้ภายในปี 2561
          วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 พันธมิตรหลักคือ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับเครือมติชนก็จุดประเด็นในการริเริ่มโครงการจับกระแสปฏิรูปการศึกษารอบที่สอง ขับเคลื่อนในเชิงคู่ขนานไปกับภาครัฐ โดยภาคีเครือข่ายที่ปวารณาตัวเข้าร่วมอย่างคึกคัก อาทิ คณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยบูรพา  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
          วางเป้าหมายไว้ว่า จะแบ่งงานกันทำเพื่อให้มีกิจกรรมเชิงสัมมนาสรุปปัญหาการศึกษาในแต่ละบริบท จากการมองอดีต 10 ปีที่ผ่านมา แล้วนำเสนอแนวปฏิบัติที่ควรจะเป็นไปในอนาคต 10 ปีจากนี้ ป้อนโจทย์ให้กับภาครัฐที่เป็นผู้บริหารจัดการเพื่อร่วมกับขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาให้ถึงฝั่งฝัน โดยมี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือสสส. มอบทุนสนับสนุนหลังใช้เวลาตั้งหลักอยู่ราว 1 เดือน วันที่ 5 เมษายน 2553 การขับเคลื่อนยกแรกก็เกิดขึ้นภายใต้การเสวนาในหัวข้อ ปฏิรูปการศึกษา : 10 ปีแห่งอดีต และ 10 ปีแห่งอนาคตโดยที่มี 10 นักการศึกษาระดับ เกจิและนักคิดนักเขียนมาระดมสมองตั้งและตอบโจทย์ดังกล่าว ทั้ง ศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับศ.กิตติคุณ ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ศ.กิตติคุณดร.สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ คุณวัลลภ ตังคณานุรักษ์ผช.ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ คุณสมหมาย ปาริจฉัตต์มี คุณเกียรติชัย พงษ์พาณิชย์ ดำเนินรายการในฐานะประธานคณะทำงานของโครงการ
          วงเสวนาขับภาพ การปฏิรูป ในรอบ 10 ปีแรกว่า ยังคงให้น้ำหนักกับการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อหวังสร้างความเป็นเอกภาพในการขับเคลื่อน แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาก็ยังมีคำถามมากมาย ขณะที่มีการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาก้าวไปในระดับหนึ่ง แต่เมื่อหันมาดูประเด็นคุณภาพของทั้งครู นักเรียน โรงเรียนและหลักสูตรแล้ว ยังนับว่าห่างไกลเป้าหมาย โดยเฉพาะ คุณภาพครูข้อเสนอสำหรับอนาคตในรอบทศวรรษใหม่ จึงมุ่งเน้น ทำอย่างไรจึงจะสร้างครูคุณภาพในฝันขึ้นมาให้ได้เสียที ทำอย่างไรครูจึงจะได้ปฏิบัติงานการศึกษาอย่างเต็มที่ ไม่ต้องแบกภาระอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะถือเป็นวิชาชีพที่สำคัญ โดยคาดหวังว่าเมื่อครูมีคุณภาพ ก็จะส่งผลให้เด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติ เก่ง ดี มีความสุขงดงามอย่างไทย  ก้าวไกลสู่สากลอย่างที่ใครอยากเห็นทั้งหลายทั้งปวงจึงล้วนฝากความหวังไว้กับการสร้าง ครูพันธุ์ใหม่ ที่กำลังปลุกปั้นกันอยู่ในขณะนี้การขับเคลื่อนในยกต่อมา วันที่ 22 สิงหาคมคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี จึงอาสาเป็นเจ้าภาพนำประเด็นนี้มาระดมสมองภายใต้หัวข้อปฏิรูปครู ปฏิรูปประเทศไทย โดยถือว่านี่คือจุดสตาร์ตสำคัญของการปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ ซึ่งเบื้องต้นมีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจ อาทิ ให้ตั้งสถาบันเตรียมอุดมศึกษาสำหรับครูเพื่อคัดคนรุ่นใหม่ และเตรียมความพร้อมให้ก่อนเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา อีกทั้งควรตั้งศูนย์ฝึกสอนที่มีนวัตกรรมการเรียนการสอนที่ครบถ้วนสมบูรณ์ และสุดท้าย การอบรมพัฒนาครูต้องแยกวิชา  และระดับชั้นให้ชัดเจน
          ซึ่งยังคงแวดล้อมเรื่องเชิงโครงสร้างและการจัดการ ขณะที่วิทยากรนอกวงการครู แต่คร่ำหวอดอยู่ในวงการศึกษาของโลกยุคใหม่อย่างคุณกิตติรัตน์ณ ระนองซึ่งปัจจุบันรั้งตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร ยังคงย้ำว่าการจะทำให้การปฏิรูปการศึกษาเป็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน จะต้องใช้วิธีคิดแบบใหม่ที่แตกต่างจากที่เคยทำมาแล้ว และไม่ใช่แค่พูดอย่างเดียว
          สองยกผ่านไปในขณะที่ คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ยังมีการประชุมถกเถียงกันในปัญหานามธรรม และยังคงวุ่นวายกับการจัดโครงสร้างอนุกรรมการย่อยชุดต่างๆ ตามระบบระเบียบราชการงานรูปธรรมจึงยังไม่เห็นเด่นชัดนัก
          สำหรับกิจกรรมในยกที่ 3 ที่จะรุกอย่างต่อเนื่องก็คือ การที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์จ.ฉะเชิงเทรา ภาคีเครือข่ายรายใหม่จะจับประเด็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการศึกษาทางเลือกอย่างมีคุณภาพมาตั้งวงเสวนาในวันที่ 18 กันยายนนี้โดยระดมเอาผู้เกี่ยวข้องในชุมชนเข้าร่วมตามแนวคิดสำคัญ ปฏิรูปการศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน
          จากนั้นวันที่ 22 กันยายน มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษมก็จะขอเป็นเจ้าภาพจัดเสวนาในหัวข้อAdmission : เสมอภาคและยุติธรรมทางการศึกษาจริงหรือโดยตั้งโจทย์ไว้ว่า ระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาดังกล่าวซึ่งใช้แทนระบบเอ็นทรานซ์มาตั้งแต่ปี 2549 ด้วยเชื่อว่าจะทำให้คุณภาพบัณฑิตดีขึ้น แต่ปัจจุบันกำลังถูกตั้งคำถามถึงความเสมอภาค และยุติธรรม ขณะเดียวกันก็กำลังถูกท้าทายจาก ระบบรับตรง ของมหาวิทยาลัยต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงขั้น สูญพันธุ์ ที่สำคัญ ส่งผลให้เด็กเริ่มสับสนปั่นป่วนกับการวิ่งรอกสอบตรง ดังนั้น สมควรต้องทบทวน พิจารณาแง่ดีแง่เสียอีกครั้งก่อนนำไปสู่การปรับแก้
          สำหรับคิวถัดไป มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ก็พร้อมเป็นแม่งานในการจัดเสวนาโต๊ะกลม หัวข้อการบริหารจัดการใหม่ เงื่อนไขความสำเร็จปฏิรูปรอบสองเบื้องต้นกำหนดไว้ในวันที่ 28 ตุลาคมโดยตั้งประเด็นแวดล้อมใน 4 เรื่องใหญ่ คือผู้บริหารการศึกษายุคใหม่ควรเป็นอย่างไร, การบริหารโรงเรียนยุคใหม่ควรเป็นเช่นไร ทำไมถึงขณะนี้ยังมีปัญหาเด็กติด ร. เป็นหมื่นคน, บทบาทของเขตพื้นที่การศึกษาในแง่การบริหารจัดการและโครงสร้าง 5 แท่งในกระทรวงศึกษาธิการสอดคล้องกับยุคสมัยหรือไม่ อาจต้องถึงขั้น ทุบโต๊ะว่าถ้าไปไม่รอดจะรื้อใหม่กันหรือไม่
          และในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามภาคีเครือข่ายรายล่าสุด ก็กำหนดไว้คร่าวๆ ว่าจะขอนำเสนอประเด็นเรื่องการจัดสรรทรัพยากรด้านการศึกษา มาตั้งวงถกกันโดยอยู่ระหว่างกำหนดรายละเอียด
          อย่างไรก็ตาม ระหว่างการดำเนินโครงการทางคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ก็รับอาสาประสานเครือข่าย 20 สถาบัน ใน 5 ภูมิภาค ทำโพลสำรวจความเห็นของประชาชน และผู้เกี่ยวข้องในประเด็นสำคัญเป็นระยะๆ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสัมมนาและเสนอต่อสาธารณะ โดยจะเริ่มในหัวข้อ1 ปีผ่านไป ประชาชนได้รับรู้เรื่องการปฏิรูปการศึกษาอย่างไร หรือไม่เพื่อโยนโจทย์ให้ภาครัฐก่อนที่นายกฯจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปฯ ครั้งที่ 5 วันที่ 20 กันยายนนี้
          ขณะที่คณะทำงานโครงการจับกระแสฯ ต่างเห็นร่วมกันว่า ข้อสรุปที่ได้จากระดมความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ นั้น ทางโครงการจะทยอยนำเสนอภาครัฐก่อนที่จะนำมาสรุปเป็นภาพรวม เมื่อครบ 1 ปีของการดำเนินการ
          ด้วยหวังว่ากระบวนการขับเคลื่อนคู่ขนานเช่นนี้จะเป็นมิติใหม่ของการช่วยกันทำงานเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษารอบสองไม่วนเวียนย้ำอยู่กับปัญหาเดิมๆ จนต้องมีการปฏิรูปรอบที่สามที่สี่ ต่อไปไม่มีจุดจบ

          --มติชน ฉบับวันที่ 13 ก.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 13 ก.ย. 53   อ่าน 13863 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ประวัติ ความเป็นมาของ วันเด็กแห่งชาติ
08 ม.ค. 57 | อ่าน 680 ครั้ง
เรียนรู้ผ่านโครงงาน
06 มี.ค. 57 | อ่าน 313 ครั้ง
สั่งซ่อมระบบเรียนทางไกล
26 มิ.ย. 56 | อ่าน 450 ครั้ง
มากกว่าความเป็นโพล
19 ม.ค. 59 | อ่าน 385 ครั้ง
ใครจะเป็นครู ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่นี้ จะไม่สิทธิได้ใบประกอบวิชาชีพครู
11 ก.ค. 55 | อ่าน 2144 ครั้ง
ศธ.ปรับตัวชี้วัดการเรียน
22 มิ.ย. 54 | อ่าน 104405 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.