Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ม.เอกชนผวาหางเลขรีดภาษีรร.กวดวิชา นายกฯสสอท.ย้ำมาเทียบกันไม่ได้



         ม.เอกชนเต้นผางผวาถูกหางเลข รีดภาษีโรงเรียนกวดวิชานายก สสอท.ย้ำนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้เชื่อเหตุจากเห็นโรงเรียนกวดวิชาบางแห่ง สร้างตึกมโหฬาร เลยคิดเรียกเก็บภาษี ยกมหาวิทยาลัยเอกชนผลิตบัณฑิตคุณภาพ พัฒนาประเทศชาติ ส่วนคณาจารย์ที่สอนต่างมีมาตรฐาน ย้ำหากรัฐเหมาเก็บภาษี ต้องเร่งหาทางเจรจา
          กรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงการคลังจัดเก็บภาษีจากโรงเรียนกวดวิชา ส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะโรงเรียนกวดวิชาซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบ ต่างแสดงจุดยืนคัดค้านโดยอ้างเหตุผลเรื่องเพิ่มภาระให้ผู้ปกครองที่ต้องเสีย เงินให้บุตรหลานมากวดวิชาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนในการประชุม ครม.วันที่ 11 ม.ค. ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
          ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ดร.มัทนา สานติวัตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.)กล่าวว่า ทราบข่าวว่าจะมีการเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา คงเป็นเพราะโรงเรียนกวดวิชาบางแห่งมีรายได้มากและยังสร้างตึกมโหฬารแต่การ เก็บภาษีดูเหมือนจะดึงมหาวิทยาลัยเอกชนเข้าไปด้วย เพราะเห็นว่าเป็นเอกชนเหมือนกัน แต่อยากจะบอกว่าแม้เป็นเอกชนเหมือนกันก็จริง แต่ภารกิจของโรงเรียนกวดวิชาและมหาวิทยาลัยเอกชนต่างกันสิ้นเชิงและไม่ สามารถที่จะนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย โดยโรงเรียนกวดวิชาเหมือนโรงเรียนเสริมสวย หากผู้ปกครองหรือเด็กพอใจก็จ่ายเงินเรียนไม่กี่เดือนก็จบ และไม่ต้องรับผิดชอบกับเด็กที่เรียนจบไปแล้ว ซึ่งต่างจากมหาวิทยาลัยที่ต้องจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพหลักสูตรต้องได้ มาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนดต้องขออนุมัติปริญญา ขณะที่อาจารย์สอนต่างมีมาตรฐาน ทำผลงานวิจัยเพื่อพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
          ดร.มัทนา กล่าวว่า นอกจากนี้นักศึกษาจะต้องใช้เวลาเรียนในมหาวิทยาลัย 4 ปี ดังนั้นมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ เพื่อเอื้ออำนวยกับนักศึกษาได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วย และถึงแม้ว่าบัณฑิตจบไปแล้วมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบว่าบัณฑิตมีคุณภาพหรือ ไม่ ถ้าไม่มีมหาวิทยาลัยจะเสียชื่อเสียง และไม่มีใครมาเรียนอีก ทั้งนี้รัฐบาลได้ยกเว้นภาษีนิติบุคคลให้กับมหาวิทยาลัยเอกชน เนื่องจากเป็นสถานศึกษาที่ให้บริการสาธารณะเหมือนโรงเรียนทั่วไป มีหน้าที่ทำกิจการสร้างคนให้มีศักยภาพไปสร้างประเทศและครอบครัว ไม่ได้สร้างคนเพื่อไปสร้างสินค้าทำมาหารายได้และที่สำคัญมหาวิทยาลัยเอกชน เอกชนเข้ามาช่วยรัฐบาลรับภาระจัดการศึกษา เพราะรัฐบาลดูแลไม่ทั่วถึง
          "ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเอกชนต้องเสียภาษีโรงเรือนให้กับองค์การบริหารส่วน ตำบล (อบต.) ถือเป็นภาระที่หนักอยู่แล้วขณะที่ต้องช่วยเหลือตัวเองเกือบทุกด้านและต้อง จัดการศึกษาให้มีคุณภาพด้วย และถ้ามหาวิทยาลัยเอกชนต้องเสียภาษีนิติบุคคลอีกมหาวิทยาลัยต้องแย่แน่ ๆ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาล มหาวิทยาลัยหลายแห่งคงต้องปิดตัวลง ที่สำคัญถ้ารัฐบาลไม่ให้มหาวิทยาลัยเอกชนร่วมการศึกษาจะไม่สามารถสร้าง บัณฑิตช่วยพัฒนาประเทศได้ ต้องยอมรับว่าบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยเอกชนขณะนี้ เข้าไปช่วยพัฒนาประเทศจำนวนมาก" ดร.มัทนากล่าว และว่าถ้ารัฐบาลจะเก็บภาษีมหาวิทยาลัยเอกชนจริง คงจะต้องขอเจรจากับรัฐบาล และชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของมหาวิทยาลัยเอกชนและที่สำคัญต้องย้ำว่าจะนำ โรงเรียนกวดวิชาและมหาวิทยาลัยเอกชนมาเปรียบเทียบกันไม่ได้.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


โพสเมื่อ : 10 ม.ค. 54   อ่าน 9935 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
แนะดึงมหาลัย"พี่เลี้ยง"รร.พัฒนาสะเต็ม
30 พ.ค. 59 | อ่าน 291 ครั้ง
ทำหนังสือยืนยันยกเลิก MOU ธ.ออมสิน
19 มิ.ย. 60 | อ่าน 309 ครั้ง
แจ้งจัดสรรงบประมาณประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2560 งบลงทุน ค่าครุภัณฑ์ (ผลผลิตภาคบังคับ)
07 ต.ค. 59 | อ่าน 524 ครั้ง
พนักงานมหาลัยเฮปรับขึ้นเงินเดือน 4%
22 ก.ค. 58 | อ่าน 382 ครั้ง
’กลุ่มราชภัฏ’ค้านออกนอกระบบ
22 ต.ค. 55 | อ่าน 840 ครั้ง
สพฐ.เร่งสำรวจครูผู้ช่วยสาขาขาดแคลน-เกิดใหม่
04 พ.ค. 61 | อ่าน 995 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.