Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


วิสัยทัศน์’โต๊ะกลม’การศึกษา’รู้เท่า-ก้าวทัน’ประชาคมอาเซียน




      

วิสัยทัศน์'โต๊ะกลม'การศึกษา'รู้เท่า-ก้าวทัน'ประชาคมอาเซียน

 

          กริช  มากกุญชร
          ปัจจัยที่สำคัญของความสำเร็จในการเป็นประชาคมอาเซียน คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นผู้นำทางการศึกษาในกลุ่มประเทศอาเซียนจึงต้องมีความเข้มแข็ง และมีความมุ่งมั่น พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้กล่าวในการประชุมโต๊ะกลม (Round Table Meeting : RTM) ผู้นำการศึกษาอาเซียนครั้งที่ 6 และการประชุมสัมมนาผู้นำการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 4  ซึ่งคำกล่าวดังกล่าวคงพอจะสะท้อนให้เห็นภาพได้ในระดับหนึ่งว่า เรื่องของการศึกษาจะมีบทบาทสำคัญมากเพียงใดกับการก้าวไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในปีพุทธศักราช 2558
          การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีผู้นำทางการศึกษาจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม ได้แก่ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา  โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญอยู่ที่ 2 เป้าหมายหลัก คือ การสร้างโอกาสให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาของไทยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูในชาติอาเซียน และการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้นำทางการศึกษาและผู้บริหารในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน
          การประชุมครั้งนี้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมหลายประการ อาทิ  การนำเสนอผลงานต่าง ๆ ที่น่าทึ่งของเหล่าครูในชาติอาเซียน รวมทั้งการเตรียมจัดกิจกรรม EDUCA ซึ่งจะเป็นการสัมมนาการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ และสัมมนาการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาหลักสูตรและทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เป็นต้น  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้มแข็งให้แก่การศึกษาเพื่อให้พร้อมที่จะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
          ดร.อาร์มิน บิน เซนิน ประธานที่ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEASPF) ให้ทรรศนะต่อเงื่อนไขความสำเร็จของการเตรียมความพร้อมการจัดการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียนว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกจะอยู่ที่การสร้างความตระหนักและความมีสำนึกให้แก่ผู้เรียน โดยการแบ่งปันและการดูแลเอาใจใส่นักเรียนในแต่ละประชาคม แต่อย่างน้อยเชื่อว่าผลจากการประชุมโต๊ะกลมที่ประเทศไทยจะทำให้ชาติสมาชิกอาเซียนไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและกล้าที่จะเผชิญกับโลกโลกาภิวัตน์มากยิ่งขึ้น
          นางฟรานซิสก้า ซูซิลาวาติ ผู้นำด้านการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาจากอินโดนีเซีย มองว่า เวทีการประชุมโต๊ะกลม
          ทำให้ชาติสมาชิกได้รู้ถึงมาตรฐานการจัดการศึกษาของแต่ละประเทศ ทำให้ได้เรียนรู้ว่าแต่ละประชาคมจะต้องเผชิญกับปัญหาที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการแลกเปลี่ยนและเปิดกว้างในการรับฟังความคิดเห็นและทัศนคติที่หลากหลายเพื่อนำไปปรับและบูรณาการใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศของตน ซึ่งตนเชื่อว่าการเรียนรู้ไม่มีขอบเขต ไม่มีขีดจำกัดในเรื่องของอายุ ระยะทางหรือความเป็นพลเมือง
          ในขณะที่ นายวรยุทธ  นันทเสน หัวหน้าโครงการนานาชาติ โรงเรียนโยธินบุรณะ กรุงเทพฯ ซึ่งได้นำคณะครูและนักเรียนมานำเสนอผลงานการจัดการศึกษา กล่าวว่า การเข้าร่วมประชุมในระดับนานาชาติรวมทั้งการศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้สถานศึกษามีการพัฒนาศักยภาพในด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนครูนานาชาติจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาในบ้านเราให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
          การประชุมครั้งนี้เสร็จสิ้นไปแล้วพร้อมกับบริบทแห่งความสำเร็จตามที่ดร.ปัญญา  แก้วกียูร ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ได้สรุปไว้คือ รู้เท่า ก้าวทัน สถานภาพของประเทศเพื่อนบ้าน ได้เพื่อน ทำให้เข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ก่อให้เกิดซึ่งปัญหา การแบ่งปันแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันให้เป็นวิถีชีวิตของมนุษย์ ซึ่งดูจะสอดคล้องกับคำขวัญที่ว่า หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งสัญลักษณ์และหนึ่งประชาคม (One Vision,One Identity,One Community) ของอาเซียน แต่ที่สำคัญการประชุมระดับนานาชาติเช่นนี้ อย่างน้อยก็ทำให้ครูไทยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้เรียนรู้ และได้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมที่จะนำพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้อย่างเต็มภาคภูมิ
          สำหรับการประชุมครั้งต่อไปในปี 2555 กำหนดจัดที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่ง นายเหงียน เทียน ซุง เจ้าหน้าที่วิเทศสัมพันธ์ สำนักงานระหว่างประเทศของเวียดนาม กล่าวว่า การประชุมโต๊ะกลมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 7 และการประชุมสัมมนาผู้นำด้านการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 5 ในปี 2555 ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์สำคัญไว้แล้ว 2 ประเด็น คือ ยุทธศาสตร์การเพิ่มศักยภาพขีดความสามารถทางด้านภาษา อังกฤษของนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยจะมุ่งให้นักเรียนในอาเซียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพและยุทธศาสตร์ความเป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน ซึ่งในส่วนของเวียดนามต้องการพัฒนาบุคลิกภาพของนักเรียนและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ เช่น การเคารพผู้อื่นหรือความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



โพสเมื่อ : 21 ต.ค. 54   อ่าน 102731 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
โจทย์ใหญ่การศึกษาไทย’เลือกเรียนอย่างไร...จบไปไม่ตกงาน’
04 มิ.ย. 56 | อ่าน 888 ครั้ง
จี้คุรุสภายืดหยุ่นออกตั๋วครูต่างชาติ ย้ำเฟ้นประธานยึดกฎหมาย
23 พ.ย. 55 | อ่าน 959 ครั้ง
ศธ.มอบ”บ้านน้ำใจ”หลังที่ 4
12 มี.ค. 54 | อ่าน 16468 ครั้ง
มรภ.นครศรีฯ ติดอาวุธอาจารย์ - นักวิจัย พัฒนาผลงานขั้นตีพิมพ์เผยแพร่ระดับนานาชาติ
13 ก.ค. 55 | อ่าน 1685 ครั้ง
ครม.ทุ่ม 4.3 พันล.ผลิตครูวิทย์
02 ก.พ. 54 | อ่าน 10290 ครั้ง
เปิดบ้าน สาธิตรังสิต
24 ม.ค. 57 | อ่าน 1336 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.