Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.จัดทำแผนการศึกษาเพื่อการมีงานทำ




      

สพฐ.จัดทำแผนการศึกษาเพื่อการมีงานทำ

 

          นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแผนงานการขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อการมีงานทำตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โดยที่ผ่านมา สพฐ.มอบนโยบายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทั่วประเทศไปวิเคราะห์ศักยภาพและอาชีพที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่เพื่อจัดทำแผนการศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย
          โดยเขตพื้นที่จะต้องส่งแผนงานดังกล่าวภายในวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งรูปแบบแผนงานจะมีการกำหนดเครือข่ายสถานบันอุดมศึกษาเข้าร่วมในการการขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วยไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา การจัดทำรายวิชาเพิ่มเติม การจัดจ้างวิทยากรเข้ามาจัดกิจกรรมส่งเสริมด้านอาชีพให้กับนักเรียน โดยแต่ละเขตพื้นที่จะไปวิเคราะห์ความต้องการเกี่ยวกับอาชีพที่ตรงกับสมรรถนะในตัวผู้เรียน และยึดโยงกับศักยภาพของแต่ละจังหวัดและเขตพื้นที่นั้น ๆ เพื่อจะดูว่ามีกลุ่มวิชาชีพใดบ้างที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนจบการศึกษาออมาแล้วมีงานทำ
          ทั้งนี้การรดำเนินงานเหล่านี้ไม่ได้ปิดโอกาสการเรียนต่อของเด็ก แต่จากนี้ไปเรื่องของการการศึกษาจะต้องมีความหลากหลายควบคู่กันไป เพราะการวัดความสำเร็จการศึกษาจะต้องวัดทั้งสองด้าน นอกจากนี้ยังได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ไปจัดทำคู่มือเพื่อปรับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นเพื่อให้โรงเรียนสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของแต่ละเขตพื้นที่มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามนักเรียนที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องมีความรู้ขั้นพื้นฐานตามที่กำหนดไว้ เพราะต้องมีการประเมินโดยการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ซึ่งต่อไปของโอเน็ตก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยน เพิ่มการวัดสมรรถนะทางด้านอาชีพเข้ามาด้วย
          ต่อจากนี้ไปโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจะต้องส่งเสริมการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ซึ่งต้องเริ่มปูพื้นตั้งแต่ช่วงชั้นที่1,2 พอถึงช่วยชั้นที่3,4 จะต้องมีการวัดสมรรถนะของนักเรียนและเพิ่มระดับความเข้มข้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะโรงเรียนมัธยมศึกษาจะมีการแบ่งสายสามัญกับสายปฏิบัติการสำหรับโรงเรียนสายสามัญจะมีการจัดการเรียนการสอนภาควิชาการแบบปกติ เช่น โรงเรียนที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ เป็นต้น แต่โรงเรียนสายปฎิบัติการนั้นเราจะทำกลุ่มโรงเรียนเหล่านี้ให้เป็นโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศทางด้านสายปฎิบัติ โดยเน้นการเพิ่มหลักสูตรสายอาชีพละ 2 โรงให้กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งประเด็นนี้เขตพื้นที่จะต้องไปทำการบ้านวิเคราะห์ดูว่าจะส่งเสริมโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศด้านสายอาชีพได้อย่างไรบ้าง นายชินภัทร กล่าว
          นายชินภัทร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในอนาคตเราจะเห็นความหลากหลายของการจัดการศึกษามากขึ้น ซึ่งเด็กที่เรียนระดับประถมศึกษาไม่จำเป็นต้องเรียนวิชาการแบบเข้มข้นครบทั้ง 8 กลุ่มสาระ แต่จะมีความยืดหยุ่นให้เด็กได้เรียนวิชาการเท่าที่จำเป็น เพื่อพร้อมเติบโตในการทำงานเพื่อชุมชนแต่ขณะเดียวกันเด็กจากพื้นที่ห่างไกลที่สนใจวาการก็จะต้องได้รับการส่งต่อให้เรียนโรงเรียนมาตรฐานสากลได้ด้วย ส่วนเด็กที่ถนัดด้านวิชาชีพจะถูกส่งต่อในโรงเรียนที่มีความเป็นเลิศด้านสายปฎิบัติการ โดยเฉพาะนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตนอปลายจะมีมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยจัดทำหลักสูตรแบบเข้มข้นทางด้านอาชีพให้ และเมื่อจบการศึกษาเด็กเหล่านี้จะเดินเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องไปสอบแข่งขัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือแนวทางส่งเสริมเพื่อให้เห็นว่าการเรียนวิชาชีพนั้นมีอนาคตและสามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้

          ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com



โพสเมื่อ : 21 ก.ย. 54   อ่าน 43155 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ชง คสช.ปฏิรูป สพฐ.3 แนวทาง
23 ก.ค. 57 | อ่าน 567 ครั้ง
"ธีระเกียรติ" แทงกั๊กแต่งตั้ง-โยกซี 11
07 ส.ค. 60 | อ่าน 418 ครั้ง
สอบครูผู้ช่วย ไร้ตุกติก/ทุจริต เร่งบรรจุอัตรา
02 ธ.ค. 58 | อ่าน 316 ครั้ง
"ครูอาชีพ" อยู่เพื่ออุดมการณ์ ระวังตัว-ใช้สติ..ไม่คิดย้ายหนี
19 ธ.ค. 55 | อ่าน 1197 ครั้ง
สแกนพบใช้วุฒิปลอมแห่สมัครเรียนอื้อ สั่งอาชีวะรัฐ-เอกชนคุมเข้ม "ชัยพฤกษ์" จี้ต้นสังกัดเอาผิดทางกฎหม
29 ส.ค. 59 | อ่าน 314 ครั้ง
สอศ.ปัดฝุ่นกองทุนอาชีวะ
29 ต.ค. 55 | อ่าน 689 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.