Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เผยครูกู้เงินง่ายทำหนี้บาน โอดเหลือใช้เดือนละพัน’5.4หมื่น’เฮได้อานิสงส์




      

เผยครูกู้เงินง่ายทำหนี้บาน โอดเหลือใช้เดือนละพัน'5.4หมื่น'เฮได้อานิสงส์

 

          ขรก.ครู 5.4 หมื่นเฮ ได้อานิสงส์เงินเดือนต่ำกว่าหมื่นห้า คาดใช้งบฯกว่า 3 พันล้าน ด้านลูกจ้างศธ.โอด เหลือเงินใช้เดือนละพันบาท เหตุจ่ายหนี้กว่า 1 หมื่นวอน'วรวัจน์'ช่วยลดดอกเบี้ยให้เผยเงื่อนไขสหกรณ์ปล่อยกู้ง่ายกว่าธนาคาร
          เมื่อวันที่ 4 กันยายน นางศิริพร กิจเกื้อกูลเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงการจัดทำแนวทางปรับเงินเดือนของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะปรับเงินเดือนระดับปริญญาตรี 15,000 บาทว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล ทาง ก.ค.ศ.จะต้องรอนโยบายที่จะออกมาโดยจะต้องยึดแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) และกระทรวงการคลังว่าจะออกมาอย่างไรแต่ขณะนี้ ก.ค.ศ.ได้สำรวจจำนวนข้าราชการครูที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแต่เงินเดือนไม่ถึง15,000 บาท มีประมาณ 54,000 คน สังกัดสถานศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)โดยจะใช้งบประมาณเพื่อปรับเงินเดือนละ 293 ล้านบาท หรือปีละ 3,516 ล้านบาท
          แนวทางที่สำนักงาน ก.ค.ศ.จะเสนอให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการศธ.พิจารณาการปรับเงินเดือนครูนั้นยังจะไม่มีการเสนอเพราะน่าจะต้องรอแนวทางจากศธ.พิจารณาการปรับเงินเดือนครูนั้นยังจะไม่มีการเสนอเพราะน่าจะต้องรอแนวทางจากสำนักงาน ก.พ.ก่อนว่าจะกำหนดออกมาเช่นไรเพื่อนำมาใช้กับข้าราชการทุกส่วนราชการ รวมทั้งแนวทางที่กระทรวงการคลังจะกำหนดออกมาด้วย หากนโยบายออกมาว่าจะต้องมีการประเมินข้าราชการครูก่อนจะปรับเงินเดือนให้นั้น ทางก.ค.ศ.ในฐานะที่ทำหลักเกณฑ์ก็ต้องไปจัดทำเรื่องดังกล่าว เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าว และว่า ส่วนการเสนอปรับเงินเดือนให้กับลูกจ้างประจำลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานใน ศธ.นั้นสำนักงาน ก.ค.ศ.ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์เป็นเรื่องที่แต่ละหน่วยงานจะกำหนดเอง
          ด้านนางนันท์นลิน ประเสริฐสังข์ ลูกจ้างประจำ ศธ. กล่าวว่า ที่รัฐบาลมีนโยบายจะปรับเงินเดือนให้กับข้าราชการนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากจะให้ปรับให้กับข้าราชการ ลูกจ้าง ที่เงินเดือนเกิน 15,000 บาทด้วยเพื่อป้องกันการลักลั่นเพราะคนที่เงินเดือนเกินนั้นทำงานมานานกว่าจะได้เงินเดือนในระดับนี้ แต่หากคนที่จบและทำงานมาไม่กี่ปีก็ได้ปรับเงินเดือนในระดับที่ใกล้เคียงกันหรือเท่ากันก็ไม่ยุติธรรมนัก ดังนั้นหากจะปรับก็ควรปรับให้ทั้งหมด
          นางนันท์นลินกล่าวด้วยว่า ส่วนนโยบายแก้ไขปัญหานี้สินครูของนายวรวัจน์ที่จะตั้งงบประมาณ 50,000 ล้านบาทเพื่อมาแก้ไขเรื่องนี้โดยเฉพาะนั้น ตนเห็นด้วยที่จะมาปลดเปลื้องหรือบรรเทาหนี้สินให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะเห็นใจกับคนที่เป็นหนี้สินจำนวนมาก อย่างตนเองนั้นก็มีหนี้สินอยู่ประมาณ 2 ล้านบาทเหลือเงินจากการใช้หนี้แล้วประมาณเดือนละ 1,200 กว่าบาท ซึ่งก็ไม่เพียงพอต่อการครองชีพจึงต้องหารายได้เสริมเข้ามาจากการทำอาชีพเสริมขายสินค้าต่างๆ จึงทำให้เพียงพอที่จะดำรงชีพได้
          ที่ต้องไปกู้เงินมาจำนวนมากนั้นก็มีความจำเป็นที่ต้องใช้อย่างการกู้ซื้อที่อยู่อาศัย เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในครอบครัว พอที่ไหนเปิดให้กู้ก็จะไปขอยื่นกู้ อย่างสหกรณ์ออมทรัพย์ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ก็จะมีเงื่อนไขให้กู้ไม่ยาก โดยจะมีสมาชิกค้ำประกันสองคน และเงินเดือนเหลือ20% ก็กู้ได้แล้ว ซึ่งสามารถกู้ได้ 40 เท่าของเงินเดือน หรือแม้แต่การกู้ในโครงการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.) 6 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ที่ให้กู้ได้ 1.2 กรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ที่ให้กู้ได้ 1.2 ล้านบาท ก็ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรมากนัก จึงง่ายกว่าการกู้เงินจากสถาบันการเงินทั่วไปที่จะยุ่งยากกว่า นางนันท์นลินกล่าว และว่า อยากเสนอให้นายวรวัจน์นำเงิน 50,000 ล้านบาท มาลดภาระเรื่องดอกเบี้ยให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่เป็นหนี้สิน เพราะเชื่อว่าเพื่อนข้าราชการครูหลายคนต้องมีภาระส่งเฉพาะดอกเบี้ยกันเยอะมา อย่างกรณีของตนนั้นเดือนๆ หนึ่งต้องจ่ายหนี้ที่กู้มาประมาณ 14,000 บาท และเกือบทั้งหมดจะเป็นดอกเบี้ยเงินต้นน้อยมาก
          ด้าน พล.ต.ต.วรวิทย์ ลิปิพันธ์ ผู้บังคับการกองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่าไม่เคยสำรวจหนี้สินตำรวจอย่างเป็นทางการแบบครู จึงไม่ทราบว่ามีหนี้เท่าไหร่ แต่สถานะหนี้สินของตำรวจไม่น่าจะหนักเท่าครู ที่ผ่านมาได้ทำโครงการให้กู้ดอกเบี้ยต่ำกับธนาคารต่างๆ เป็นระยะ ซึ่งได้รับความสนใจ การกู้ส่วนใหญ่จะเป็นรีไฟแนนซ์ เน้นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก ล่าสุดกำลังเจรจากับธนาคารออมสิน ดอกเบี้ยประมาณ 5-6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี อย่างไรก็ตามการให้กู้ถ้าเปิดกว้างมากเกินไป จะทำให้ตำรวจเสียวินัยการเงินเพราะถ้าเปิดโครงการให้กู้จำนวนมาก คนที่ไม่จำเป็นก็อยากเป็นหนี้บ้าง อย่างเมื่อ 2 ปีที่แล้วเคยมีโครงการเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย มีวงเงินให้กู้ทั้งหมด 3,000 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า มีผู้แจ้งความประสงค์ขอกู้ รวมกว่าหมื่นล้านบาท จึงต้องชะลอไป

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 05 ก.ย. 54   อ่าน 60772 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สำรวจข้อมูลครูรายเดือนแก้ไขปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤต 8,180 อัตรา
10 มี.ค. 59 | อ่าน 392 ครั้ง
มรส.ปรับวิธีสอนใส่วีซีดี รับมัลติมีเดียเด็กยืมเรียน
14 ม.ค. 57 | อ่าน 708 ครั้ง
สพฐ.เล็งปรับคุณภาพร.ร.-ครูแก้ปัญหาคะแนนโอเน็ตต่ำ
27 เม.ย. 54 | อ่าน 21249 ครั้ง
’สุชาติ’ถกทีมกรอ.12 มี.ค. เร่ง’ธาดา’สอบทุจริตเงินกู้
12 มี.ค. 55 | อ่าน 9838 ครั้ง
ครูรับคนละ 3,500 บาท คูปองพัฒนาครู นำร่อง 4 กลุ่มสาระฯ ก.ค.นี้
19 มิ.ย. 58 | อ่าน 686 ครั้ง
สอศ.พัฒนาเชฟสู่แดนจิงโจ้
24 ม.ค. 56 | อ่าน 573 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.